“นายก อิฏ” เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้!วอนอย่าปล่อยให้ชาวบ้านต้องเผชิญชะตากรรมซ้ำซาก
“นายก อิฏ”
เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้!วอนอย่าปล่อยให้ชาวบ้านต้องเผชิญชะตากรรมซ้ำซาก
คลองตำหรุ จ.ชลบุรี — บางครั้งหัวใจของการเป็นผู้นำท้องถิ่น ไม่ได้วัดกันที่ขนาดของพื้นที่งบประมาณหรือความยิ่งใหญ่ของตำแหน่ง แต่วัดกันในวันที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ว่าใครจะเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาเผชิญปัญหา และใครจะยังยืนหยัดอยู่เคียงข้างชาวบ้านจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

นี่คืออีกหนึ่งมุมสะท้อนของ
“นายก อิฏ” อิฏฐาทรัพย์ อายุเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลคลองตำหรุ ผู้นำท้องถิ่นที่ต้องเผชิญกับโจทย์ใหญ่เรื่องน้ำท่วมขังซึ่งไม่ใช่เพียงปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนเท่านั้น แต่เป็นความเดือดร้อนที่วนเวียนกลับมาสร้างความกังวลให้กับประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะสำหรับคนเป็นนายกเทศมนตรี ทุกครั้งที่ฝนตกหนักไม่ได้มีเพียงระดับน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ยังมีความทุกข์ร้อนของประชาชนอีกหลายครอบครัวที่ต้องแบกรับทั้งบ้านเรือนที่เสี่ยงถูกน้ำท่วม ถนนหนทางที่สัญจรลำบาก การประกอบอาชีพที่ต้องหยุดชะงัก ตลอดจนความกังวลของผู้สูงอายุและเด็กเล็กที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ไม่แน่นอน น้ำท่วมหนึ่งครั้งอาจเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวสำหรับคนที่มองจากภายนอก แต่สำหรับชาวบ้านที่ต้องอยู่กับน้ำ นั่นหมายถึงความเสียหาย ความเหนื่อยล้า และความหวาดระแวงว่าพรุ่งนี้น้ำจะกลับมาอีกหรือไม่
จากสถานการณ์น้ำท่วมขังที่ผ่านมา บทบาทของ
นายก อิฏในการรับมือและเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่สะท้อนถึงความสำคัญของการบริหารจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด แม้เทศบาลตำบลคลองตำหรุจะเป็นท้องถิ่นขนาดไม่ใหญ่ แต่ภารกิจที่ต้องรับผิดชอบกลับไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ ซึ่งอยู่บริเวณท้ายน้ำและเป็นเส้นทางรองรับน้ำที่ไหลผ่านจากพื้นที่ด้านบนก่อนระบายออกสู่ทะเล
นั่นหมายความว่า ต่อให้คนในพื้นที่เตรียมความพร้อมมากเพียงใด หากปริมาณน้ำจากต้นทางไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง หรือระบบระบายน้ำตลอดเส้นทางไม่สามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาน้ำท่วมขังก็มีโอกาสกลับมาเกิดขึ้นซ้ำได้อีก
นี่จึงไม่ใช่ปัญหาของคลองตำหรุเพียงตำบลเดียว แต่เป็นโจทย์ร่วมกันของทุกพื้นที่ที่เชื่อมโยงอยู่ในระบบทางน้ำเดียวกัน
สิ่งที่น่าคิดมากกว่าสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละครั้ง คือคำถามที่ว่า เหตุใดปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงยังไม่สามารถนำไปสู่การแก้ไขอย่างยั่งยืนได้เสียที
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาจุดเสี่ยงน้ำท่วม เส้นทางระบายน้ำ และข้อจำกัดของพื้นที่ ล้วนเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องควรนำมาทบทวนอย่างจริงจัง เพราะการแก้ไขปัญหาไม่ได้จบลงเพียงวันที่น้ำลด แต่ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ทุกฝ่ายกลับมานั่งพูดคุยกัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญความเดือดร้อนแบบเดิมอีก
สิ่งสำคัญไม่ใช่การมองหาว่าใครผิด หรือโยนภาระให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบ แต่คือการยอมรับร่วมกันว่า ปัญหาที่มีต้นเหตุเชื่อมโยงกันหลายพื้นที่ ย่อมไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ด้วยกำลังของท้องถิ่นเพียงแห่งเดียว
เทศบาลตำบลคลองตำหรุอาจทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเฝ้าระวัง การช่วยเหลือประชาชน และการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ แต่หากขาดความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ต้นน้ำ รวมถึงภาคเอกชนที่มีพื้นที่ประกอบกิจการอยู่เหนือขึ้นไป การแก้ไขปัญหาก็อาจเป็นเพียงการบรรเทาสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น
สิ่งที่ชาวคลองตำหรุอยากเห็น จึงไม่ใช่เพียงความช่วยเหลือในวันที่น้ำท่วม แต่เป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นก่อนน้ำจะมา และดำเนินต่อเนื่องแม้ในวันที่สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
โดยเฉพาะภาคเอกชนและสถานประกอบการที่อยู่ในพื้นที่เชื่อมโยงกับเส้นทางน้ำ ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญในการร่วมสำรวจสภาพทางระบายน้ำ ดูแลพื้นที่ของตนเอง เปิดพื้นที่หารือ และสนับสนุนแนวทางแก้ไขที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมและสภาพภูมิประเทศ
เพราะความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ควรมีความหมายเพียงการมอบสิ่งของในวันสำคัญ แต่ควรรวมถึงการลงมือช่วยแก้ปัญหาที่กระทบต่อชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง
ชาวบ้านไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจจากกิจกรรมในวันเด็กที่มีการนำจักรยานมามอบ หรือการแจกของขวัญในเทศกาลปีใหม่ สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องดีและมีคุณค่าในตัวเอง
แต่หากถามว่าประชาชนต้องการอะไรมากที่สุด คำตอบอาจไม่ใช่ภาพถ่ายในกิจกรรมมอบสิ่งของ ไม่ใช่รอยยิ้มที่เกิดขึ้นเพียงวันเดียว และไม่ใช่คำสัญญาที่จบลงหลังพิธีการ
หากแต่เป็นการได้เห็นทุกฝ่ายหันหน้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม มีการสำรวจปัญหาร่วมกัน มีแผนดำเนินงานที่ชัดเจน มีผู้รับผิดชอบ และมีความต่อเนื่องจนประชาชนสามารถสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงได้จริง
“ชาวคลองตำหรุไม่ได้ต้องการอะไรเกินไปกว่าการมีชีวิตที่ปลอดภัย ไม่ต้องคอยยกข้าวของหนีน้ำ ไม่ต้องหวาดกลัวทุกครั้งที่ฝนตกหนัก และไม่ต้องเป็นฝ่ายรับผลกระทบอยู่เพียงลำพัง”
นี่คือเสียงสะท้อนที่อยากส่งไปถึงทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
แม้คลองตำหรุจะเป็นเพียงตำบลเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับพื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโดยรอบ แต่ชีวิตของประชาชนทุกคนมีคุณค่าไม่ต่างกัน ความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่เล็ก ๆ ก็ไม่ควรถูกมองข้ามเพียงเพราะเสียงของพวกเขาอาจดังไปไม่ถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจ
ที่ผ่านมา ชาวคลองตำหรุพยายามปรับตัวและร่วมมือกันรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มความสามารถ หลายครอบครัวยอมอดทน หลายคนเลือกที่จะไม่กล่าวโทษใคร เพราะเข้าใจดีว่าการอยู่ในพื้นที่ท้ายน้ำย่อมมีข้อจำกัดตามธรรมชาติ
แต่การเข้าใจข้อจำกัดของพื้นที่ ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะต้องยอมรับความเดือดร้อนซ้ำซากไปตลอดชีวิต
ในทางกลับกัน ยิ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำที่ต้องรองรับน้ำจากหลายทิศทาง ก็ยิ่งควรได้รับความสำคัญในการวางแผนบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ โดยอาศัยข้อมูลปริมาณน้ำ ระบบระบายน้ำ และความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่คลองตำหรุต้องการ ไม่ใช่การผลักน้ำจากพื้นที่หนึ่งไปสร้างความเดือดร้อนให้อีกพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นการบริหารจัดการน้ำร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกชุมชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
สำหรับนายก อิฏ ภารกิจสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการทำให้น้ำที่ท่วมขังลดระดับลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังรวมถึงการเป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาของประชาชน เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขในระยะยาว
เพราะผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่งอาจทุ่มเทแรงกายแรงใจได้อย่างเต็มที่ อาจลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ได้ทั้งวันทั้งคืน และอาจเร่งประสานความช่วยเหลือได้ทุกช่องทาง แต่สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จที่ยั่งยืนย่อมต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่มีหน้าที่ อำนาจ และทรัพยากรในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
นายกเทศมนตรีหนึ่งคนไม่ควรต้องแบกรับปัญหาทั้งระบบไว้บนบ่าเพียงลำพัง เช่นเดียวกับประชาชนหนึ่งตำบลที่ไม่ควรต้องรับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมโดยไร้ทางออก
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ทุกฝ่ายจะเปลี่ยนจากการรับรู้ปัญหา มาเป็นการร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมีการเปิดโต๊ะหารือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และตัวแทนประชาชน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่คลองตำหรุอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจและปรับปรุงเส้นทางระบายน้ำ การขุดลอกคูคลองในจุดที่จำเป็น การตรวจสอบสิ่งกีดขวางทางน้ำ การประเมินศักยภาพสถานีสูบน้ำ ตลอดจนการจัดทำแผนรองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่ด้านบนอย่างเป็นระบบ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันพิจารณา
เพราะหากทุกฝ่ายยอมเปิดใจรับฟังกันอย่างจริงจัง ปัญหาที่ดูเหมือนใหญ่เกินกำลังของท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ก็อาจค่อย ๆ คลี่คลายลงได้ด้วยความร่วมมือของทุกคน
ท้ายที่สุด สิ่งที่ประชาชนตำบลคลองตำหรุอยากฝากไว้ ไม่ใช่คำตำหนิหรือการกล่าวโทษฝ่ายใด แต่เป็นคำขอจากคนตัวเล็ก ๆ ที่ต้องการให้เสียงของตนได้รับการรับฟัง อย่ารอให้ฝนตกหนัก อย่ารอให้น้ำเอ่อเข้าบ้าน อย่ารอให้ประชาชนต้องสูญเสียทรัพย์สิน แล้วจึงค่อยกลับมาพูดถึงแนวทางแก้ไขกันอีกครั้ง
เพราะทุกครั้งที่น้ำท่วม สิ่งที่สูญเสียไม่ได้มีเพียงทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงเวลา โอกาสในการทำมาหากิน และความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของประชาชน อย่าให้ชาวคลองตำหรุต้องอยู่กับคำว่า “อดทนอีกหน่อย” ไปตลอดชีวิต เพราะสิ่งที่ประชาชนรอคอยไม่ใช่คำปลอบใจ แต่คือวันที่ปัญหาน้ำท่วมได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน

วิศาล แสงเจริญ
(ปู) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี

