ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกพ่อค้าขายหมูปิ้ง กับเมียเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย ลูกสาวเจ้าหนี้แล้ว หลังได้พยานหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่ผู้เสียหายยืนยันไม่ยอมความจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกพ่อค้าขายหมูปิ้ง กับเมียเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย ลูกสาวเจ้าหนี้แล้ว หลังได้พยานหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่ผู้เสียหายยืนยันไม่ยอมความจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ความคืบหน้า นางสาวชนันเนตร อายุ 30 ปี ผู้เสียหาย นำคลิปภาพหลักฐาน กล้องวงจรปิด ร้องเรียน ตอบผู้สื่อข่าว ว่าถูกสามีของเจ้าของร้านขายหมูปิ้งริมถนนกาญจนวนิชตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถอดรองเท้าตีศีรษะของตัวเองกับลูกชายอายุ 14 ปีและ 8 ขวบหลังจากไปเก็บเงินจำนวน 300 บาท ที่เจ้าของร้านขายหมูปิ้ง ได้ยืมเงินไปจากแม่ของตัวเองยอดเงินต้นทั้งหมด 6,000 บาท ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดเช้าวันนี้ นางสาวชนันเนตร เปิดเผยอีกครั้งว่า หลังจากเมื่อวานนี้เป็นข่าว ผู้กำกับการสภทุ่งลุงก็มีคำสั่งเปลี่ยน พนักงานสอบสวนและได้ดำเนิน การให้ตนแจ้งความจากที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงการลงบันทึกประจำวันเท่านั้น พร้อมกับเขาให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว ก็ทำให้คดีมีความคืบหน้า ตอนแรกตนเข้าใจว่าได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดี แต่เมื่อกลับมาตรวจสอบดูอีกครั้งพบว่าเป็นเพียง “ใบบันทึกประจำวัน” เท่านั้น ไม่ใช่ใบแจ้งความแต่อย่างใด
นางสาวชนันเนตร เปิดเผยต่อว่า ตนและผู้ก่อเหตุไม่ได้มีความรู้จักหรือสนิทสนมกันมาก่อน แต่จุดเริ่มต้นมาจากทาง “แม่ยาย” ของผู้ก่อเหตุ ได้วานให้ตนช่วยไปทวงเงินและเก็บเงินให้ เนื่องจากมีเพื่อนยืมเงินกันไป โดยตกลงกันว่าจะทยอยคืนให้เป็นสัปดาห์ละ 300 บาท จากยอดเงินต้นรวมประมาณ 6,000 บาท

หลังจากที่ผู้ก่อเหตุได้รับเงินไปแล้ว กลับทำการบล็อกทุกช่องทางติดต่อ และเมื่อตนแวะไปทวงเงินตามนัดหมาย กลับถูกผู้ก่อเหตุถอดรองเท้าเข้ามาทำร้ายร่างกาย ทั้งตีผู้เสียหายและยังผลักลูกของผู้เสียหายจนไปกระแทกกับรถ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว ทั้งนี้รู้มาว่าหลังจากเรื่องนี้เป็นข่าว ผู้ก่อเหตุท่มีบ้านเดิมอยู่แถวบ้านพรุ ก็ไหวตัวและย้ายบ้านหนีไปตั้งแต่วันก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ในตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อหรือเจอตัวได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายยืนยันว่าจะขอเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย
ด้าน พ.ต.อ.ชาญศราวุธ แสงอรุณ ผกก.สภ.ทุ่งลุง เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายทันที โดยได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งในขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้รับผลการตรวจและใบรับรองแพทย์จากทางโรงพยาบาลกลับมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแพทย์ระบุว่า ผู้เสียหายมีบาดแผลถลอกเพียงเล็กน้อย ซึ่งจากการประเมินตามพยานหลักฐานทางการแพทย์แล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในข้อหา ‘ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ’
หลังจากนี้พนักงานสอบสวนกำลังอยู่ในระหว่างการออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากฐานความผิดในคดีนี้ยังไม่ได้รุนแรงถึงขั้นเป็นเหตุฉกรรจ์ ทางตำรวจจึงเชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเองตามหมายเรียก และ จะเร่งรัดติดตามการออกหมายเรียกและดำเนินการในคดีนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ไปยังร้านขายหมูปิ้งที่เกิดเหตุก็พบว่าเช้าวันนี้ ไม่มีโต๊ะขายหมูปิ้งรวมทั้งป้ายของร้านวางไว้แต่อย่างใดซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวก็บอกว่าช่วงค่ำเมื่อวานนี้อุปกรณ์รวมทั้งป้ายที่ใช้จ่ายหมูปิ้ง ยังวางอยู่กระทั่งเช้าวันนี้มาเปิดร้านก็ไม่พบแล้ว จึงคาดว่าเจ้าของร้านขายหมูปิ้งได้มาขนสิ่งของของตัวเองออกไปช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา

พี่เสือ นักข่าว จ. สงขลา

