กำนันมะโนยกคาราวานถึงบางสะพานน้อย! เปิดเวทีวัดเขาโพธิ์ทอง มวลชนร่วมฟังกว่า 400 คน รถยนต์กว่า 80 คัน มุ่งหน้าเพชรบุรีก่อนเข้ากรุงเทพฯ
กำนันมะโนยกคาราวานถึงบางสะพานน้อย! เปิดเวทีวัดเขาโพธิ์ทอง มวลชนร่วมฟังกว่า 400 คน รถยนต์กว่า 80 คัน มุ่งหน้าเพชรบุรีก่อนเข้ากรุงเทพฯ

ประจวบคีรีขันธ์ – “กำนันมะโน” นายมะโน เครือแก้ว แกนนำกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) นำขบวนคาราวานจากภาคใต้เดินทางถึงอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเวทีปราศรัยกลางวัดเขาโพธิ์ทอง ท่ามกลางประชาชนและผู้สนับสนุนกว่า 400 คน รถยนต์กว่า 80 คัน ก่อนเคลื่อนขบวนต่อไปยังจังหวัดเพชรบุรีและกรุงเทพมหานคร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยช่วงเช้าขบวนคาราวานออกเดินทางจากสหกรณ์ CO-OP อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคกลาง โดยมีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจุดพักระหว่างทาง
ตามรายงานข่าวของไทยพีบีเอส ขบวนเดินทางถึงวัดเขาโพธิ์ทอง ตำบลไชยราช อำเภอบางสะพานน้อย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามศูนย์ทางหลวงเขาโพธิ์ทอง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 48–49 เมื่อเวลา 16.38 น.

ทันทีที่เดินทางถึงพื้นที่ กำนันมะโนเปิดเวทีปราศรัยบนรถบรรทุก 6 ล้อที่ติดตั้งเครื่องเสียง ท่ามกลางประชาชนที่ทยอยเข้าร่วมรับฟัง โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมภายในบริเวณวัดกว่า 400 คน และรถยนต์ที่จอดอยู่ในพื้นที่กว่า 80 คัน
ก่อนขึ้นเวที กำนันมะโนได้เข้าพบเจ้าอาวาสวัดเขาโพธิ์ทอง เพื่อกราบเรียนถึงการเข้าพื้นที่และแจ้งวัตถุประสงค์การเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร
บรรยากาศภายในวัดเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและผู้สนับสนุนร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนคาราวาน ซึ่งใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดพักระหว่างเดินทางขึ้นสู่เมืองหลวง
ขบวนมุ่งหน้าเพชรบุรี ก่อนเข้ากรุงเทพฯ
สำหรับเส้นทางต่อไป ขบวนคาราวานมีกำหนดเดินทางเข้าสู่จังหวัดเพชรบุรี ก่อนมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง

—
นายปิยะ ศรีเมือง ชาวระนอง เปิดใจร่วมเวทีหลายยุค
“ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ใช่เรื่องการเมือง”
นายปิยะ ศรีเมือง ชาวจังหวัดระนอง ซึ่งระบุว่าเคยผ่านเวทีการชุมนุมหลายครั้ง ตั้งแต่ยุคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจนถึงเวทีเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา เปิดเผยถึงเหตุผลที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า ต้องการให้กำลังใจมวลชนและแกนนำ พร้อมสะท้อนปัญหาปากท้องที่ประชาชนกำลังเผชิญ

นายปิยะ กล่าวว่า
“ผมมาจากจังหวัดระนอง เป็นชาวบ้านและพ่อค้าคนหนึ่ง ตั้งใจเดินทางมาให้กำลังใจมวลชนและแกนนำในการทำภารกิจครั้งนี้ครับ”
ค่าครองชีพพุ่ง กระทบพ่อค้าและประชาชน
นายปิยะกล่าวว่า จากประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะพ่อค้า พบว่าสินค้าในตลาดมีราคาสูงขึ้น ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนสินค้าและการขนส่ง
“ผมไปตลาดเป็นประจำ เห็นราคาสินค้าและพืชผักปรับสูงขึ้น หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดูแล รับฟัง และหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง ปัญหาอาจไม่ลุกลามมาถึงจุดนี้ครับ”

เขามองว่า ความเดือดร้อนด้านปากท้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนออกมาแสดงความเห็นและเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟัง
“แม้เหตุการณ์แต่ละยุคจะมีจุดเริ่มต้นแตกต่างกัน แต่เรื่องปากท้องและความเป็นอยู่ยังเป็นสิ่งสำคัญเสมอ เมื่อประชาชนจำนวนมากเผชิญปัญหาคล้ายกัน ทั้งค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และปัญหาสังคม ก็ย่อมต้องการส่งเสียงไปถึงรัฐบาล เพื่อให้รับทราบและเร่งหาทางแก้ไข”

นายปิยะกล่าวว่า การตอบรับจากหลายพื้นที่สะท้อนความเดือดร้อนที่ประชาชนรู้สึกร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง
จี้แก้ปัญหาสังคม ย้ำต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง
นอกจากปัญหาเศรษฐกิจ นายปิยะยังกล่าวถึงปัญหาสังคม ทั้งยาเสพติด การทุจริตคอร์รัปชัน และความไม่เป็นธรรม โดยมองว่าประชาชนต้องการเห็นการแก้ไขที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
“หากมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตหรือการเอาเปรียบผู้ที่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ก็ควรตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะเกี่ยวข้องกับอนาคตของลูกหลานและความเชื่อมั่นของประชาชน”
เขาระบุว่า เมื่อปัญหาหลายเรื่องยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ประชาชนย่อมเกิดความกังวลและต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ
ส่งกำลังใจประชาชน ใช้สิทธิเรียกร้องตามประชาธิปไตย
นายปิยะกล่าวฝากกำลังใจถึงประชาชนที่ติดตามสถานการณ์ โดยเห็นว่าประชาชนสามารถแสดงออกและเรียกร้องตามสิทธิในระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญได้อย่างเหมาะสม
“หากได้รับความเดือดร้อนหรือรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ประชาชนมีสิทธิส่งเสียง ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องออกมาร่วมกิจกรรม หากทำได้ไม่มาก ก็สามารถให้กำลังใจหรือช่วยเผยแพร่ข้อเรียกร้องได้”
พร้อมย้ำว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ แต่ควรรับฟังปัญหาของประชาชนด้วยความเข้าใจ
“อยากให้มองว่าความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องจริง ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียวครับ”
ฝากรัฐบาลจริงใจ รับฟังประชาชนทั่วถึง
นายปิยะกล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ไขปัญหา รับฟังประชาชนอย่างทั่วถึง และยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่เลือกปฏิบัติหรือคำนึงถึงเฉพาะพวกพ้อง
“เมื่อรัฐบาลให้คำมั่นกับประชาชนแล้ว ก็ควรพยายามทำตาม หากประชาชนฝากความหวังไว้แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ก็ย่อมเกิดความผิดหวังและออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังครับ”
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของขบวนคาราวานกำนันมะโนที่เดินทางจากภาคใต้ขึ้นสู่ภาคกลาง ขบล.เป็นประเด็นที่ประชาชนติดตาม โดยเฉพาะข้อเรียกร้องเกี่ยวกับปัญหาปากท้องและการแก้ไขปัญหาสังคม ซึ่งผู้ร่วมกิจกรรมต้องการให้รัฐบาลรับฟังและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

พิสิษฐ์รื่นเกษม ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร 064-364-1644

