ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ จ.แพร่ ศึกษาดูงานฝายแกนดินซีเมนต์ 2 จุดสำคัญ มุ่งถอดบทเรียนแก้แล้งระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ จ.แพร่ ศึกษาดูงานฝายแกนดินซีเมนต์ 2 จุดสำคัญ มุ่งถอดบทเรียนแก้แล้งระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นำโดย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ นายศรายุทธ ยิ้มยวน
และนายกำพล ทองชิว พร้อมคณะ ได้เดินทางปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่เพื่อประชุมและศึกษาดูงานการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำระดับชุมชนในจังหวัดแพร่ โดยมี นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ นำคณะผู้บริหาร อบจ.แพร่ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับและนำลงพื้นที่ศึกษาดูงานการใช้งานฝายชะลอน้ำแกนดินซีเมนต์และเรียนรู้นวัตกรรมจริงใน 2 แห่ง

แห่งแรกโครงการก่อสร้างฝายดินซีเมนต์ลำน้ำแม่หล่าย บ้านบุญเจริญ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่หล่าย อำเภอเมืองแพร่
จุดนี้เป็นฝายชะลอน้ำขนาดกลาง กว้าง 4.00 เมตร สูง 2.00 เมตร ยาว 60.00 เมตร สร้างขึ้นเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2565 ด้วยงบประมาณ 462,300 บาท โดยใช้เครื่องจักรกลของ อบจ.แพร่ ร่วมกับแรงงานและกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อช่วยกักเก็บและยกระดับน้ำในลำน้ำแม่หล่าย จุดนี้เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนที่ใช้งบประมาณไม่สูง แต่สามารถสร้างประโยชน์แก่การทำเกษตรและอุปโภคบริโภคของชาวตำบลแม่หล่าย

แห่งที่สอง โครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำแม่น้ำยม บ้านน้ำโค้ง ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่
เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ต้นแบบในการกักเก็บน้ำจากลำน้ำสาขาของแม่น้ำยม เพื่อเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับทำประปาหมู่บ้านและสนับสนุนเกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน โดยโครงการนี้เป็นฝายชะลอน้ำแม่น้ำยมขนาดใหญ่ (ขนาดสันฝายกว้าง 12.00 เมตร สูง 1.50 เมตร ยาว 92.00 เมตร) ดำเนินการโดยเครื่องจักรกลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม 2565 ถึง 17 พฤษภาคม 2565 ด้วยงบประมาณค่าก่อสร้าง 8,586,950 บาท

โดยคณะทำงานได้ร่วมกันศึกษาโครงสร้างและการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่ป่าแมตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ฝายดินซีเมนต์ในการเพาะปลูกตลอดทั้งปี และบทบาทในการสร้างความชุ่มชื้นเพื่อลดปัญหาไฟป่าในฤดูแล้ง

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยหลังการลงพื้นที่ว่า การได้มาศึกษาดูงานการทำงานจริงทั้ง 2 จุดนี้ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าฝายแกนดินซีเมนต์เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของชาวบ้านได้จริงในระดับฐานราก การบริหารจัดการโดย อบจ.แพร่ ที่บูรณาการร่วมกับชุมชนในการสร้างฝายที่แข็งแรงด้วยต้นทุนที่เหมาะสม สามารถช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งแบบทันท่วงที ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นแนวป้องกันไฟป่าและหน่วงน้ำป่าในฤดูน้ำหลาก ซึ่งข้อมูลและบทเรียนจากการลงพื้นที่ทั้ง 2 แห่งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะนำไปศึกษาวิเคราะห์อย่างรอบด้าน เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรฐานและการสนับสนุนงบประมาณในระดับนโยบายระดับชาติต่อไป

ขณะที่ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายก อบจ.แพร่ กล่าวว่า ทั้งที่บ้านบุญเจริญ และบ้านน้ำโค้ง เป็นเสียงสะท้อนของความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างท้องถิ่นและชุมชน ซึ่ง อบจ.แพร่ จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนและพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายโอกาสและสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับพี่น้องชาวแพร่ในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน