รวบหนุ่มใหญ่เมืองผู้ดีดริฟต์รถกลางหาดใหญ่ รับสารภาพ “แค่อยากสนุกช่วงสงกรานต์” ตำรวจจ่อชงเพิกถอนใบขับขี่
รวบหนุ่มใหญ่เมืองผู้ดีดริฟต์รถกลางหาดใหญ่ รับสารภาพ “แค่อยากสนุกช่วงสงกรานต์” ตำรวจจ่อชงเพิกถอนใบขับขี่
จากกรณีโลกโซเชียลแชร์คลิปวิดีโอระทึก รถยนต์คันหนึ่งโชว์ดริฟต์วนบนลานปูนบริเวณแยกไฟแดงสะพานดำ ริมถนนเพชรเกษม ท่ามกลางความตกใจของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์
ล่าสุดตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ตามรวบตัวคนขับได้แล้ว พบเป็นชาวอังกฤษวัย 55 ปี อ้างทำไปเพราะความคึกคะนองในวันสงกรานต์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 18.25 น. ชาวบ้านได้ร้องเรียนว่ามีรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด สีแดง ขับขี่ในลักษณะน่าหวาดเสียว มีการดริฟต์รถอย่างรุนแรงบนพื้นที่เอกชนบริเวณแยกสะพานดำ หลังจากหลบทางให้รถพยาบาลที่เปิดไซเรนตามหลังมา จนสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัย
ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน พ.ต.อ.มาชา แก้วทอง ผกก.สภ.หาดใหญ่ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนประสานงานร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เร่งแกะรอยจนสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ที่บ้านพักในพื้นที่อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา พร้อมรถยนต์ของกลาง FORD CAPRI L6 สีแดง ทะเบียน ขง-2776 เชียงใหม่

จากการสอบสวน ชายชาวอังกฤษ อายุ 55 ปี ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนขับรถในวันดังกล่าวจริง โดยให้เหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านและตำรวจถึงกับอึ้งว่า “ผมไม่ได้ไม่พอใจรถพยาบาล แต่เห็นว่าเป็นช่วงวันสงกรานต์ เลยอยากจะทำอะไรที่มันสนุกแบบสุดๆ ไปเลย ผมยอมรับว่าผมโง่เองที่ทำแบบนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครเดือดร้อน ผมรักเมืองไทยและขอโทษคนไทยทุกคนสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
พ.ต.ท.สิทธิชัย ประดับ สารวัตรจราจร สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า แม้จุดที่เกิดเหตุจะไม่ใช่ถนนสาธารณะ แต่เป็นลานกิจกรรมที่มีการจัดงานสงกรานต์และมีประชาชนพลุกพล่าน การกระทำดังกล่าวอาจเกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้อื่นได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการดังนี้ แจ้งข้อกล่าวหา
1.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
2. มาตรการใบอนุญาตขับขี่ แม้ผู้ต้องหาจะมีใบขับขี่ถูกต้อง แต่ทางงานจราจรได้ทำหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้พิจารณา “เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่”
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นย้ำว่า แม้จะเป็นช่วงเทศกาลแห่งความสนุกสนาน แต่กฎหมายและความปลอดภัยของส่วนรวมต้องมาก่อนเสมอ หากมีการกระทำผิดที่ส่งผลต่อสวัสดิภาพของประชาชน จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้นไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติก็ตาม

พี่เสือนักข่าวสงขลา

