วัยรุ่น 2 กลุ่ม ไล่ตีเป็นประจำ ก่อนแม่ทั้ง 2 ฝ่าย ตัดสินใจแก้ปัญหาจัดเวทีต่อยมวยกันจบปัญหา
วัยรุ่น 2 กลุ่ม ไล่ตีเป็นประจำ ก่อนแม่ทั้ง 2 ฝ่าย ตัดสินใจแก้ปัญหาจัดเวทีต่อยมวยกันจบปัญหา
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อจากเจ้าของค่ายมวยในอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา เพื่อเชิญไปเป็นสักขีพยานในการต่อยมวยของ 2 วัยรุ่นชาย โดยมีพ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่าย รับทราบและยินยอมให้มีการต่อมวยในครั้งนี้ เนื่องจากทั้งคู่เป็นหัวโจกเวลาเจอหน้ากันมักจะยกพวกพร้อมถือไม้หน้าสามไล่ทุบตีกันไปมาเป็นประจำ จนกระทั้งหนักสุดถืออาวุธมีดไล่ฟันกันในเขตชุมชน จึงทำให้พ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงแก้ปัญหาด้วยการเอาลูกชายที่เป็นหัวโจกที่ยกพวกไปทะเลาะกัน จัดเวทีต่อยมวยกันเพื่อให้ทั้งคู่จบปัญหาและเป็นเพื่อนกัน โดยใช้เวทีของค่ายมวยช้างมหาลาภ ซอยสุทธิ ถนนอนุสรณ์อาจารย์ทอง เทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเวทีตัดสินแพ้ชนะให้กับทั้งคู่พร้อมกับมีผู้สื่อข่าวเป็นสักขีพยาน
ล่าสุดผุ้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ค่ายมวยช้างมหาลาภ ซึ่งได้พบกับ นางสาวชุติมา หมัดอะด้ำ อายุ 45 ปี (แม่) นายบัญญัติ หมิแหล้ หรือ หมัน อายุ 20 ปี (ลูกชาย/ตัวสูง) และ นางสาวนารีรัตน์ หมัดสมันอายุ 41 ปี (แม่) นายนัฐพงศ์ วกกุม หรือ บัส อายุ 20 ปี (ลูกชาย/ตัวเตี้ย) ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย ต่างวอร์มร่างกายก่อนขึ้นชกบนเวทีในเวลา 20.00 น. กติกาขึ้นชกยกละ 3 นาที ทั้งหมด 3 ยก โดยมีญาติๆและเพื่อนๆ ทั้ง 2 ฝ่าย จำนวนมากต่างมาให้กำลังใจและเป็นกองเชียร์ จากนั้นผู้สื่อข่าวได้มีการพูดคุยแม่ทั้ง 2 ฝ่าย ในการแก้ปัญหาในครั้งนี้

โดยทาง นางสาวนารีรัตน์ หมัดสมันอายุ 41 ปี (ใส่เสื้อแดง)เปิดเผยว่า สาเหตุคือทั้งคู่ทะเลาะกันไปมา ซึ่งคู่กรณีไปกล่าวหาว่าเป็นคนเริ่มเรื่องก่อนแล้วก็ไปแจ้งความว่าโดนลูกชายของตนฟันเข้าที่มือก่อน โดยทั้งคู่มีเรื่องครั้งแรกช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ก่อนน้ำท่วม ครั้งที่ 2 ช่วงก่อนปีใหม่ จากนั้นเรื่องมันไม่จบก็เลยตกลงปลงใจกับแม่ของอีกฝ่ายที่เป็นคู่กรณี จัดเวทีต่อยมวยกันให้จบๆไป จะได้ไม่ต้องมีปัญหากันอีกจบเป็นเพื่อนกัน
ส่วนทาง นางสาวชุติมา หมัดอะด้ำ อายุ 45 ปี (คลุมหัว) เปิดเผยว่า เริ่มจากน้องเค้ามีปัญหากันซึ่งตอนนั้นทางทางบ้านก็ไม่ทราบว่ามีปัญหากัน ซึ่งโดนทางโน้นทำร้ายมาโดยการฟันจนเอ็นขาดจากนั้นก็ได้เข้าแจ้งความกับทางสภ.บางกล่ำ แต่เรื่องกลับเงียบไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงเพราะต่างคนต่างไม่จบ แล้วก็ฟันกันไปมา ก็เลยแก้ปัญหาการตกลงกับแม่ของอีกฝ่ายพร้อมกับคนกลางช่วยเจรจาจัดเวทีต่อยมวยให้กับทั้งคู่ ซึ่งจะได้ต่อยให้จบๆไป จะได้ไม่มีปัญหากันอีก ซึ่งตนคิดว่าจัดแบบนี้ก็ดีเหมาะสำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหากันจะได้จบๆเป็นเพื่อนกัน
ต่อมาเวลา 20.00 น. ถึงเวลาขึ้นชก กรรมการห้ามบนเวทีได้เรียกทั้งคู่มาตกลงทำความเข้าใจกติกาในการชกครั้งนี้ ก่อนเริ่มการชกยกที่ 1 ในระหว่างทั้งคู่เริ่มชกเสียงกองเชียร์ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างโห่ร้องส่งเสียงเชียร์ตามจังหวะที่ทั้งคู่ออกอาวุธมัดมวยใส่กัน จนกระทั้งไม่ถึง 1 นาที ยังไม่จบยกที่ 1 นายบัญญัติได้ฟันศอกและต่อยซ้ำเข้าที่โหนกแก้มซ้ายของนายณัฐพงศ์เป็นแผลแตกเลือดอาบหน้าจนนายณัฐพงศ์ขอเข้ามุมตัวเอง กรรมการจึงได้เข้าไปดูบาดแผลพบว่ากรรมการต้องให้ยุติและให้นายบัญญัติเป็นผู้ชนะ ก่อนที่เจ้าของค่ายมวยในอำเภอควนเนียงขึ้นมาและปรับความเข้าใจให้ทั้งคู่เข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งทั้งคู่ต่างยอมรับและจบลงด้วยดีในการชกครั้งนี้ พร้อมจับมือเป็นเพื่อนกันตามที่ให้สัญญาไว้กับผู้สื่อข่าวที่ร่วมเป็นสักขีพยาน.

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

