ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ปทุมธานี – ชาวบ้านฮือต้านมอเตอร์เวย์ จี้กรมทางหลวงทบทวนแบบหวั่นกระทบโรงพยาบาลและโรงเรียน

ปทุมธานีชาวบ้านฮือต้านมอเตอร์เวย์ จี้กรมทางหลวงทบทวนแบบหวั่นกระทบโรงพยาบาลและโรงเรียน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้จัดให้มีการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (ครั้งที่ 3) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาและทบทวนรูปแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก (ตอนแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 305 บรรจบทางหลวงหมายเลข 3312) โดยมี นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอธัญบุรี เป็นประธานในการรับฟังปัญหาของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิศวกรจากกรมทางหลวง และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน


บรรยากาศในการประชุมมีประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียลุกขึ้นโต้แย้งและเรียกร้องให้กรมทางหลวงรวมถึงทีมวิศวกรทบทวนการออกแบบโครงการดังกล่าว โดย นายชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ เจ้าของที่ดินบริเวณถนนรังสิต-นครนายก ติดกับโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี ตำบลบึงสนั่น ได้ระบุว่า ตนได้บริจาคที่ดินประมาณ 4.5 ไร่ (หน้ากว้าง 8 เมตร ลึกกว่า 800 เมตร) เพื่อขยายถนนทางเข้า-ออกให้กับโรงพยาบาล หวังรองรับการขยายตัวเป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจรในอีก 10-20 ปีข้างหน้า แต่การที่ทีมวิศวกรออกแบบให้โรงเรียนสารสาสน์วิเทศปทุมธานีใช้เส้นทางเข้า-ออกร่วมกับโรงพยาบาลนั้น ถือเป็นการผิดเจตนารมณ์ เนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหาคอขวด การจราจรติดขัด และสร้างมลพิษอย่างมหาศาล ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเข้า-ออกของรถพยาบาลฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอนาคตที่โรงเรียนอาจมีนักเรียนและบุคลากรเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นคน รวมถึงการย้ายมาตรึงกำลังขององค์การเภสัชกรรมในพื้นที่


สอดคล้องกับ นางวรางคณา จงไกรจักร ผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์วิเทศปทุมธานี ที่เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนไม่ได้คัดค้านการพัฒนาของกรมทางหลวง แต่ต้องการหาทางออกร่วมกัน เนื่องจากรูปแบบการก่อสร้างปัจจุบันได้ตัดเส้นทางเข้า-ออกถาวรบริเวณด้านหน้าโรงเรียน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักเรียนกว่า 600-800 คน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบาง หากต้องถูกโอบล้อมด้วยมลพิษจากโครงการนี้ เด็กนักเรียนจะใช้ชีวิตอย่างไร จึงขอฝากให้ทางกรมทางหลวงพิจารณาทบทวนการออกแบบและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างถี่ถ้วน
ทางด้าน นายเปรมวุฒิ จันทร์ธนวงษ์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ ผู้จัดการโครงการ ได้ชี้แจงว่า จากข้อท้วงติงของประชาชน กรมทางหลวงไม่ได้นิ่งนอนใจและพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะไปดำเนินการปรับปรุง แม้การแก้ไขอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ตรงใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จะพยายามปรับเปลี่ยนให้เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่ายมากที่สุด โดยหลังจากนี้จะนำผลสรุปเสนอต่อคณะกรรมการกำกับโครงการของกรมทางหลวง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ารูปแบบดังกล่าวยังสามารถปรับแก้ได้และยังไม่ใช่ข้อยุติแบบเบ็ดเสร็จ หากพบอุปสรรคก่อนการก่อสร้างก็สามารถพิจารณาทบทวนได้อีกครั้ง