ลูกสาว 2 ผู้ต้องหา คดีฆ่า “ป้าจุก” เจ้าแม่เงินกู้ ร้องสื่อขอความเป็นธรรม พ่อตกเป็นแพะ หลังตำรวจเชื่อพยานปากเอกแค่คนเดียว แต่ไร้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์
ลูกสาว 2 ผู้ต้องหา คดีฆ่า “ป้าจุก” เจ้าแม่เงินกู้ ร้องสื่อขอความเป็นธรรม พ่อตกเป็นแพะ หลังตำรวจเชื่อพยานปากเอกแค่คนเดียว แต่ไร้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์
จากกรณีที่ ตำรวจชุดสืบสวนภาค 8, ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์ จับกุม นายเจริญยุทธ หรือ ปึ้ง อายุ 51 ปี และ นายพลพล หรือ หนุน อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้อาวุธ หลังพบหลักฐานว่ารวบรวมพยานหลักฐานสำคัญจนมั่นใจว่า เป็นผู้ก่อเหตุ ร่วมกันฆ่านางปราณี หรือ “ยายจุก” คงกุล เจ้าแม่เงินกู้ ที่พบศพช่วงเช้าวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เสียชีวิต ริมถนนคอนกรีต ม.5 ต.ควนเกย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพมีบาดแผลถูกฟันที่ศีรษะและแขน แผลเหวอะหวะ
ล่าสุดวันนี้ (7 พ.ค.69) นางสุภาพร หวังเบ็ญหมัด หรือ ออย อายุ 28 ปี ลูกสาวของนายเจริญยุทธ พร้อม นายนพดล หวังเบ็ญหมัด หรือ บัง อายุ 32 ปี ลูกเขย ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน หลังพ่อของตนและลุง คือ นายพลพล ตกเป็นแพะรับบาปในคดีดังกล่าว ซึ่งนายนพดล บอกว่า วันที่เกิดเหตุ วันที่ 30 เมษายน ทราบมาจากชาวบ้านว่าที่เป็นพยานว่า นายอาคม หรือ คม ลูกบุญธรรมป้าจุก ได้มีปากเสียงกับป้าจุกรุนแรง หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นก็พบศพป้าจุก ขณะเดียวกัน นายอาคม ก็หายตัวไปจากพื้นที่ 3 วัน ก่อนที่วันที่ 3 พฤษภาคม จะกลับมาให้การกับตำรวจว่า นายเจริญยุทธกับนายพลพล เป็นคนจ้างวานให้ก่อเหตุฆ่าป้าจุก แต่หลักฐานที่พบ ทั้ง กระป๋องพ่นสี รองเท้าป้าจุก มีดพร้า 2 เล่ม ก็อยู่ในบ้านนายอาคมทั้งนั้น ซึ่งตนและครอบครัวสงสัยว่า พยานเพียง 1 ปาก ตำรวจจะสามรรถปิดคดีได้หรือ ทั้งที่คนทั้งอำเภอร่อนพิบูลย์ รู้ว่า นายอาคม ติดหนี้ป้าจุก ส่วนนายเจริญยุทธ และ นายพลพล ไม่เคยยืมเงินและไม่เคยมีปัญหากับป้าจุก เรื่องที่เกิดขึ้นก็อยากให้ตำรวจสืบสวนคดี และตรวจดีเอ็นเอ หาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจนก่อนจับคนก่อเหตุ

ด้านนางสุภาพร ลูกสาวนายเจริญยุทธ ยืนยันว่า ไม่เคยยืมเงินและไม่เคยติดเงินป้าจุก แม้แต่บาทเดียว รวมทั้งไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน ส่วนนายพลพล ลุงของตนนั้น ภรรยาเคยยืมเงินป้าจุก และขายของอยู่แผงใกล้กันที่หน้าบ้านป้าจุก และตำรวจก็ไปพบคราบแตงโมที่เปื่อยแล้วอยู่หน้าป้านายพลพล ตำรวจจึงคิดว่า นายพลพล ฆ่าล้างหนี้ป้าจุก ทั้งที่ช่วงที่คาดว่าป้าจุกจะถูกฆ่าคืน ช่วงค่ำวันที่ 30 เมษายนนั้น นายพลพล ขี่รถจักรยานยนต์อยู่หมู่บ้าน และอยู่คนละเส้นทางกับที่ป้าจุก ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปซอย ซึ่งห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร และลุงของตนก็ยังไปซื้อของในร้านขายของชำในหมู่บ้าน ส่วนพ่อของตนนั้น นอนไม่สบายอยู่ที่บ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านก็เป็นพยานได้ อีกทั้งหลักฐานที่ตำรวจใช้ขอศาลออกหมายจับนั้น ยังน้อยเกินไปที่จะมัดดตัวได้ ทำให้รู้สึกว่าไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะหลักฐานมีดพร้า ที่ตำรวจไปยึดจากเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม หลังรู้ว่าเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ่อไปยืมมีดพร้าจากเพื่อนบ้าน ไปฟันไม้ฟืนและคืนในวันดังกล่าว และเมื่อตำรวจไปยึดแล้ว ก็พูดกับเพื่อนบ้านที่เป็นเจ้าของมีดพร้าว่า “ทำไมไม่บอกว่ายืมวันอื่น” ส่วนคดีของป้าจุกเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ก่อนจะพบศพเช้าวันที่ 1 พฤษภาคม ห่างจากบ้านนายอาคม ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น
นางสุภาพร ยังบอกว่า ตนก็ทราบมาว่า วันที่ 30 เมษายน แม่ของนายอาคม ช็อกจนต้องเข้าโรงพยาบาลกลางดึก ซึ่งเชื่อว่าตกใจกับเรื่องบางเรื่อง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดว่า ขับรถพาแม่ไปโรงพยาบาลกลางดึก จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น ที่แม่ของนายอาคม ถึงกับต้องช็อกจนเป็นลม ซึ่งหลังจากพ่อและลุงถูกจับ ก็ได้พูดคุยกับพ่อและลุง ทั้ง 2 คน ก็ยืนยันว่า ไม่ได้ก่อเหตุฆ่าป้าจุก และต่อให้ตำรวจฆ่าจนตายก็จะไม่ยอมรับ เพราะไม่ได้เป็นทำ ซึ่งตนกับครอบครัว ก็ติดต่อยื่นคำร้องขอประกันตัว แต่พนักงานสอบสวน ก็คัดค้านการยื่นประกันตัวทั้งชั้นสอบสวนและชั้นศาล ซึ่งตั้งแต่พ่อถูกจับจนถึงขณะนี้ ตำรวจปิดกั้นไม่ให้ครอบครัวเข้าพบพูดคุยกับพ่อและลุง
ด้าน นางสาวศิริวรรณอายุ 29 ปี ลูกสาวนายพลพล หรือ หนุน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า พยานที่ให้การว่า พ่อของตนนำเงินสด 7,000 บาท ไปมอบให้เป็นค่าปิดปาก ช่วงเวลา 18.05 น. นั้น เป็นช่วงที่พ่อของตนขี่รถจักรยานยนต์อยู่ที่ตำบลควนชุม อำเภอร่อนพิบูลย์ ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า ป้าจุกเสียชีวิตประมาณ 18.40-19.30 น. นั้น พ่อของตนก็ขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในหมู่บ้าน และไปซื้อของในร้านของชำใกล้บ้าน ซึ่งพ่อได้ให้การไปแล้ว แต่ตำรวจก็ไม่ได้ค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนกล้องวงจรปิดที่ยืนยันว่า พ่อไม่ได้ก่อเหตุนั้น ตนกับครอบครัวช่วยกันหามายืนยันความบริสุทธิ์
นอกจากนี้ ก่อนพ่อถูกออกหมายจับ ช่วงเที่ยงคืนตำรวจไปควบคุมตัวไปสอบสวนอีกครั้ง โดยแจ้งกับที่บ้านว่าจะนำไปตรวจปัสสาวะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ตรวจไปแล้วและพบปัสสาวะเป็นสีม่วง ตนก็ไปจ่ายค่าปรับที่ศาลให้พ่อแล้ว และพ่อก็ยังถูกนำตัวไปสอบสวนอีก ซึ่งเป้นจังหวะเดียวกับที่นายอาคม ใส่หมวกใส่แมสก์ เดินเข้าไปที่ สภ.ร่อนพิบูลย์ ขณะเดียวกันตำรวจก็ไปยึดมีดพร้าจากบ้านเพื่อนบ้านของนายเจริญยุทธ พร้อมกับแย้งเจ้าของมีดพร้าว่า ทำไมไม่บอกว่า นายเจริญยุทธ เอามีดพร้าไปวันอื่น แต่กลับบอกว่า เอาไปใช้งานวันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งพวกตนตั้งข้อสังเกตว่า คำพูดของตำรวจต้องการอะไร ทั้งที่พบศพป้าจุกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมแล้ว ทั้งนี้พ่อและอา ไม่มีโอกาสจะชี้แจงกับตำรวจ แต่กลับถูกควบคุมตัวแบบรวบรัด ก่อนจะแถลงปิดคดี ซึ่งในกรณีของนายเจริญยุทธ มีหลักฐานพยานบุคคลอยู่แล้วว่าไม่ได้ก่อเหตุ แต่พยานบุคคลดังกล่าว ไม่กล้าไปให้ปากคำ เพราะกลัวถูกจับตรวจปัสสาวะ ส่วนพ่อของตน ยืนยันได้ด้วยภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งตนและครอบครัวขอความเป็นธรรมด้วย เพราะพบหลักฐานหลายชิ้นที่พบในบ้านนายอาคม แต่ตำรวจกลับกันนายอาคม เป็นพยานปากเอก เท่านั้น
ทั้งนี้หลักฐานกล้องวงจรปิดวันที่ 30 เมษายน ที่คาดว่าป้าจุกถูกฆ่านั้น พบว่า 18.00 น. นายพลพล ใส่เสื้อสีเขียว ขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในหมู่บ้าน จากนั้นเวลา 18.30 น. นายพลพล ก็ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในหมู่บ้าน และเวลา 20.27 น. นายพลพล ไปซื้อของในร้านขายของชำใกล้บ้าน
พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา ลูกสาว 2 ผู้ต้องหา คดีฆ่า “ป้าจุก” เจ้าแม่เงินกู้ ร้องสื่อขอความเป็นธรรม พ่อตกเป็นแพะ หลังตำรวจเชื่อพยานปากเอกแค่คนเดียว แต่ไร้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์
จากกรณีที่ ตำรวจชุดสืบสวนภาค 8, ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์ จับกุม นายเจริญยุทธ หรือ ปึ้ง อายุ 51 ปี และ นายพลพล หรือ หนุน อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้อาวุธ หลังพบหลักฐานว่ารวบรวมพยานหลักฐานสำคัญจนมั่นใจว่า เป็นผู้ก่อเหตุ ร่วมกันฆ่านางปราณี หรือ “ยายจุก” คงกุล เจ้าแม่เงินกู้ ที่พบศพช่วงเช้าวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เสียชีวิต ริมถนนคอนกรีต ม.5 ต.ควนเกย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพมีบาดแผลถูกฟันที่ศีรษะและแขน แผลเหวอะหวะ
ล่าสุดวันนี้ (7 พ.ค.69) นางสุภาพร หวังเบ็ญหมัด หรือ ออย อายุ 28 ปี ลูกสาวของนายเจริญยุทธ พร้อม นายนพดล หวังเบ็ญหมัด หรือ บัง อายุ 32 ปี ลูกเขย ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน หลังพ่อของตนและลุง คือ นายพลพล ตกเป็นแพะรับบาปในคดีดังกล่าว ซึ่งนายนพดล บอกว่า วันที่เกิดเหตุ วันที่ 30 เมษายน ทราบมาจากชาวบ้านว่าที่เป็นพยานว่า นายอาคม หรือ คม ลูกบุญธรรมป้าจุก ได้มีปากเสียงกับป้าจุกรุนแรง หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นก็พบศพป้าจุก ขณะเดียวกัน นายอาคม ก็หายตัวไปจากพื้นที่ 3 วัน ก่อนที่วันที่ 3 พฤษภาคม จะกลับมาให้การกับตำรวจว่า นายเจริญยุทธกับนายพลพล เป็นคนจ้างวานให้ก่อเหตุฆ่าป้าจุก แต่หลักฐานที่พบ ทั้ง กระป๋องพ่นสี รองเท้าป้าจุก มีดพร้า 2 เล่ม ก็อยู่ในบ้านนายอาคมทั้งนั้น ซึ่งตนและครอบครัวสงสัยว่า พยานเพียง 1 ปาก ตำรวจจะสามรรถปิดคดีได้หรือ ทั้งที่คนทั้งอำเภอร่อนพิบูลย์ รู้ว่า นายอาคม ติดหนี้ป้าจุก ส่วนนายเจริญยุทธ และ นายพลพล ไม่เคยยืมเงินและไม่เคยมีปัญหากับป้าจุก เรื่องที่เกิดขึ้นก็อยากให้ตำรวจสืบสวนคดี และตรวจดีเอ็นเอ หาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจนก่อนจับคนก่อเหตุ
ด้านนางสุภาพร ลูกสาวนายเจริญยุทธ ยืนยันว่า ไม่เคยยืมเงินและไม่เคยติดเงินป้าจุก แม้แต่บาทเดียว รวมทั้งไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน ส่วนนายพลพล ลุงของตนนั้น ภรรยาเคยยืมเงินป้าจุก และขายของอยู่แผงใกล้กันที่หน้าบ้านป้าจุก และตำรวจก็ไปพบคราบแตงโมที่เปื่อยแล้วอยู่หน้าป้านายพลพล ตำรวจจึงคิดว่า นายพลพล ฆ่าล้างหนี้ป้าจุก ทั้งที่ช่วงที่คาดว่าป้าจุกจะถูกฆ่าคืน ช่วงค่ำวันที่ 30 เมษายนนั้น นายพลพล ขี่รถจักรยานยนต์อยู่หมู่บ้าน และอยู่คนละเส้นทางกับที่ป้าจุก ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปซอย ซึ่งห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร และลุงของตนก็ยังไปซื้อของในร้านขายของชำในหมู่บ้าน ส่วนพ่อของตนนั้น นอนไม่สบายอยู่ที่บ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านก็เป็นพยานได้ อีกทั้งหลักฐานที่ตำรวจใช้ขอศาลออกหมายจับนั้น ยังน้อยเกินไปที่จะมัดดตัวได้ ทำให้รู้สึกว่าไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะหลักฐานมีดพร้า ที่ตำรวจไปยึดจากเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม หลังรู้ว่าเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ่อไปยืมมีดพร้าจากเพื่อนบ้าน ไปฟันไม้ฟืนและคืนในวันดังกล่าว และเมื่อตำรวจไปยึดแล้ว ก็พูดกับเพื่อนบ้านที่เป็นเจ้าของมีดพร้าว่า “ทำไมไม่บอกว่ายืมวันอื่น” ส่วนคดีของป้าจุกเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ก่อนจะพบศพเช้าวันที่ 1 พฤษภาคม ห่างจากบ้านนายอาคม ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น
นางสุภาพร ยังบอกว่า ตนก็ทราบมาว่า วันที่ 30 เมษายน แม่ของนายอาคม ช็อกจนต้องเข้าโรงพยาบาลกลางดึก ซึ่งเชื่อว่าตกใจกับเรื่องบางเรื่อง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดว่า ขับรถพาแม่ไปโรงพยาบาลกลางดึก จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น ที่แม่ของนายอาคม ถึงกับต้องช็อกจนเป็นลม ซึ่งหลังจากพ่อและลุงถูกจับ ก็ได้พูดคุยกับพ่อและลุง ทั้ง 2 คน ก็ยืนยันว่า ไม่ได้ก่อเหตุฆ่าป้าจุก และต่อให้ตำรวจฆ่าจนตายก็จะไม่ยอมรับ เพราะไม่ได้เป็นทำ ซึ่งตนกับครอบครัว ก็ติดต่อยื่นคำร้องขอประกันตัว แต่พนักงานสอบสวน ก็คัดค้านการยื่นประกันตัวทั้งชั้นสอบสวนและชั้นศาล ซึ่งตั้งแต่พ่อถูกจับจนถึงขณะนี้ ตำรวจปิดกั้นไม่ให้ครอบครัวเข้าพบพูดคุยกับพ่อและลุง
ด้าน นางสาวศิริวรรณอายุ 29 ปี ลูกสาวนายพลพล หรือ หนุน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า พยานที่ให้การว่า พ่อของตนนำเงินสด 7,000 บาท ไปมอบให้เป็นค่าปิดปาก ช่วงเวลา 18.05 น. นั้น เป็นช่วงที่พ่อของตนขี่รถจักรยานยนต์อยู่ที่ตำบลควนชุม อำเภอร่อนพิบูลย์ ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า ป้าจุกเสียชีวิตประมาณ 18.40-19.30 น. นั้น พ่อของตนก็ขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในหมู่บ้าน และไปซื้อของในร้านของชำใกล้บ้าน ซึ่งพ่อได้ให้การไปแล้ว แต่ตำรวจก็ไม่ได้ค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนกล้องวงจรปิดที่ยืนยันว่า พ่อไม่ได้ก่อเหตุนั้น ตนกับครอบครัวช่วยกันหามายืนยันความบริสุทธิ์
นอกจากนี้ ก่อนพ่อถูกออกหมายจับ ช่วงเที่ยงคืนตำรวจไปควบคุมตัวไปสอบสวนอีกครั้ง โดยแจ้งกับที่บ้านว่าจะนำไปตรวจปัสสาวะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ตรวจไปแล้วและพบปัสสาวะเป็นสีม่วง ตนก็ไปจ่ายค่าปรับที่ศาลให้พ่อแล้ว และพ่อก็ยังถูกนำตัวไปสอบสวนอีก ซึ่งเป้นจังหวะเดียวกับที่นายอาคม ใส่หมวกใส่แมสก์ เดินเข้าไปที่ สภ.ร่อนพิบูลย์ ขณะเดียวกันตำรวจก็ไปยึดมีดพร้าจากบ้านเพื่อนบ้านของนายเจริญยุทธ พร้อมกับแย้งเจ้าของมีดพร้าว่า ทำไมไม่บอกว่า นายเจริญยุทธ เอามีดพร้าไปวันอื่น แต่กลับบอกว่า เอาไปใช้งานวันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งพวกตนตั้งข้อสังเกตว่า คำพูดของตำรวจต้องการอะไร ทั้งที่พบศพป้าจุกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมแล้ว ทั้งนี้พ่อและอา ไม่มีโอกาสจะชี้แจงกับตำรวจ แต่กลับถูกควบคุมตัวแบบรวบรัด ก่อนจะแถลงปิดคดี ซึ่งในกรณีของนายเจริญยุทธ มีหลักฐานพยานบุคคลอยู่แล้วว่าไม่ได้ก่อเหตุ แต่พยานบุคคลดังกล่าว ไม่กล้าไปให้ปากคำ เพราะกลัวถูกจับตรวจปัสสาวะ ส่วนพ่อของตน ยืนยันได้ด้วยภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งตนและครอบครัวขอความเป็นธรรมด้วย เพราะพบหลักฐานหลายชิ้นที่พบในบ้านนายอาคม แต่ตำรวจกลับกันนายอาคม เป็นพยานปากเอก เท่านั้น
ทั้งนี้หลักฐานกล้องวงจรปิดวันที่ 30 เมษายน ที่คาดว่าป้าจุกถูกฆ่านั้น พบว่า 18.00 น. นายพลพล ใส่เสื้อสีเขียว ขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในหมู่บ้าน จากนั้นเวลา 18.30 น. นายพลพล ก็ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในหมู่บ้าน และเวลา 20.27 น. นายพลพล ไปซื้อของในร้านขายของชำใกล้บ้าน

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

