ชุมพร-“ศักดิ์ศรีด่านหน้ายอมไม่ได้! สมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านชุมพร บุกยื่นหนังสือถึง ‘ประธานสภาฯ’ จี้ ส.ส. รับผิดชอบ ปมเหมารวมกล่าวหาค้ายาเสพติด”
ชุมพร-“ศักดิ์ศรีด่านหน้ายอมไม่ได้! สมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านชุมพร บุกยื่นหนังสือถึง ‘ประธานสภาฯ’ จี้ ส.ส. รับผิดชอบ ปมเหมารวมกล่าวหาค้ายาเสพติด”
วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนเสถียรภาพระหว่างฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เมื่อสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดชุมพร ผนึกกำลังครั้งใหญ่เพื่อทวงคืน “เกียรติยศและศักดิ์ศรี” หลังถูกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อภิปรายพาดพิงในลักษณะเหมารวมว่าเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด
ชนวนเหตุ คำพูดในสภาที่กลายเป็นเชื้อไฟ เหตุการณ์เริ่มต้นจากการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 โดย ส.ส. รายหนึ่งได้กล่าวหาเจ้าหน้าที่นักปกครองท้องที่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการ “ด้อยค่า” คนทำงานด่านหน้าทั่วประเทศที่กำลังปฏิบัติภารกิจภายใต้นโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น การเคลื่อนไหวระดับจังหวัดสู่ระดับชาติ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 พ.ค.69 ดร.นันทวัฒน์ ช่วยชูหนู นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดชุมพร นำทีมเข้ายื่นหนังสือต่อนายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ เพื่อส่งต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และที่สำคัญที่สุดคือ ส่งตรงถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบจริยธรรมและการอภิปรายที่เกินเลยความเป็นจริง “พวกเราเข้าสู่ตำแหน่งผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมตามกฎหมาย หากใครผิดให้ลงโทษรายบุคคล แต่อย่าสาดโคลนใส่คนทำงานทั้งสถาบัน” – ดร.นันทวัฒน์ กล่าวอย่างดุดัน
3 ข้อเรียกร้องหลักจาก “นักปกครองท้องที่”ในหนังสือฉบับดังกล่าวได้ระบุข้อเรียกร้องที่แสดงถึงจุดยืนที่แข็งแกร่ง ดังนี้: การรายงานข้อเท็จจริง: ส่งเรื่องถึงกระทรวงมหาดไทยให้รับทราบถึงผลกระทบจากการอภิปรายที่ทำลายขวัญและกำลังใจความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้: ยืนยันว่าทุกคนพร้อมรับการตรวจสอบวินัยรายบุคคล แต่ต้องไม่ใช่การกล่าวหาแบบเหมารวม
พันธสัญญาต่อประชาชน: แม้จะได้รับความไม่เป็นธรรม แต่กำนันและผู้ใหญ่บ้านยืนยันจะเดินหน้าภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” และปราบปรามยาเสพติดต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
: นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของจังหวัดชุมพร แต่เป็นบททดสอบความสัมพันธ์ระหว่าง “อำนาจเก่า” (นักปกครองท้องที่) และ “อำนาจใหม่” (ฝ่ายการเมือง) การที่ผู้นำท้องถิ่นออกมายื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ สะท้อนถึงการไม่ยอมรับการใช้อภิสิทธิ์ทางการเมืองในการโจมตีข้าราชการประจำ
ในมิติของสิทธิมนุษยชนและการบริหารส่วนท้องถิ่น สื่อต่างชาติอาจมองว่านี่คือการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในกระบวนการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาจากกลไกลนิติบัญญัติเสียเอง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” จะมีท่าทีอย่างไรต่อเรื่องนี้ เพราะหากไม่มีการเคลียร์ใจหรือแสดงความรับผิดชอบ อาจนำไปสู่การประท้วงในวงกว้างของนักปกครองท้องที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของกลไกการปกครองของไทย////เอกชนะ นวนละมัย

ข่าวจ.ชุมพร รายงาน

