จับกุมพาดหัวข่าว

ปทุมธานี – ตร.รวบพ่อเมียนมาคลั่งเหล้าใช้ไม้ติดตะปูตีลูกสาวประชดไม่ยอมกลับบ้าน

ปทุมธานีตร.รวบพ่อเมียนมาคลั่งเหล้าใช้ไม้ติดตะปูตีลูกสาวประชดไม่ยอมกลับบ้าน
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 พ.ค. 2569 พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต พ.ต.ต.อิทธิพล พุทธรักษา สว.สส.สภ.ปากคลองรังสิต และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัวนาย AUNG SUN WIN อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลางเป็นไม้ติดตะปูจำนวน 1 ท่อน โดยสามารถจับกุมได้ที่หอพักสีส้ม ห้องพักหมายเลข 6 ชั้นที่ 1 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี
พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงสายของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจาก น.ส. May Thazin อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา ว่าถูกผู้เป็นพ่อทำร้ายร่างกายโดยการใช้ไม้ติดตะปูตีเข้าที่บริเวณขาซ้าย จนตะปูทิ่มแทงเข้าไปในผิวหนังได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในห้องเช่าริมถนนเลียบคลองเปรมประชากร หมู่ 3 ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงเร่งออกสืบสวนติดตามตัวจนพบว่าผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่ที่หอพักในพื้นที่ ต.บางพูน จึงนำกำลังเข้าควบคุมตัวทันที


จากการสอบสวน พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต ระบุว่ามูลเหตุเกิดจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยนาย AUNG SUN WIN มีอาชีพเป็นกรรมกรและมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราจนมักขาดสติ ที่ผ่านมาได้อาศัยอยู่ร่วมกับภรรยาและลูกสาวมาประมาณ 5 ปี และมีการทำร้ายร่างกายลูกสาวมาโดยตลอด จนผู้เสียหายทนไม่ไหวต้องหนีไปพักอาศัยอยู่กับน้าในห้องข้างเคียง ก่อนเกิดเหตุผู้เป็นพ่อพยายามบังคับให้ลูกสาวกลับมาอยู่ที่ห้องเดิมแต่ถูกปฏิเสธ จึงเกิดความไม่พอใจคว้าไม้ติดตะปูตีจนได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังยึดหนังสือเดินทาง (Passport) ของลูกสาวไว้ด้วย
นอกจากนี้ จากการสอบปากคำผู้เสียหายผ่านล่าม พบข้อมูลที่น่ากังวลว่ายังมีน้องสาวของผู้เสียหายอีกคนอายุเพียง 6 ขวบ ซึ่งมักถูกพ่อและแม่ทำร้ายร่างกายในเวลาเมาสุราเช่นกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือเด็กตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพ จึงได้แจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ” และจะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมหากเข้าข่ายความผิดอื่นจะแจ้งข้อหาตามกฎหมายต่อไป