แจ้งจับเจ้าหน้าที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ ร่วมกับสมาชิกและนอมินี เกือบ 100 คน โกงเงินมากกว่า 200 ล้านบาท ด้านผู้จัดการ ยืนยัน ยังไม่ล้ม เร่งแก้ปัญหาให้สมาชิก
แจ้งจับเจ้าหน้าที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ ร่วมกับสมาชิกและนอมินี เกือบ 100 คน โกงเงินมากกว่า 200 ล้านบาท ด้านผู้จัดการ ยืนยัน ยังไม่ล้ม เร่งแก้ปัญหาให้สมาชิก
โดยตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงเย็นวันนี้ (12 พ.ค.69) ที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จำกัด ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่เปิดทำการมีสมาชิกทยอยเดินทางเข้าสอบถามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง หลังจากวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สหกรณ์ออกประกาศชะลอการจ่ายคืนค่าหุ้น หรือทุนเรือนหุ้นให้กับสมาชิกที่ลาออก ทำให้สมาชิกกังวลเรื่องที่เกิดขึ้นว่า สหกรณ์จะล้มละลาย โดยเฉพาะผู้ที่ถือหุ้นมูลค่าหลักแสนบาทขึ้นไป เนื่องจากเข้าใจว่า ภายในสหกรณ์มีการทุจริตเกิดขึ้น จนทำให้เงินสูญหายเกือบ 400 ล้านบาท ทำให้วันนี้สมาชิกบางส่วนตัดสินใจมายื่นลาออก และต้องการถอนหุ้นคืน ท่ามกลางความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ ได้จัดบัตรคิวเอาให้บริการสมาชิก และเมื่อถึงคิว ก็ให้สมาชิก แจ้งความจำนงค์จะถอนเงินคือ โดยให้บัตรนัดมารับเงินอีกครั้งในวันที่ระบุไว้ในบัตร ขณะเดียวกัน สมาชิกสหกรณ์ เรียกร้องให้คณะกรรมการสหกรณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์ และแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิก ทั้งนี้สหกรณ์ได้แจ้งให้สมาชิกที่ต้องการยื่นลาออก ให้ดำเนินการได้หลังจากวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569

หนึ่งในสมาชิก ก็เปิดเผยว่า หลังมีกระแสข่าวว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จำกัด จะล้มละลาย และเงินหายไปหลายร้อยล้านบาท ก็เดินทางเข้าแจ้งความจำนงค์จะถอนหุ้นทั้งหมดที่ฝากไว้มานาน 3 ปี จำนวน 2-3 ล้านบาท เพราะขณะนี้เกิดความไม่เชื่อมั่น กังวลในเงินที่ฝากไว้ว่า สหกรณ์จะไม่มีเงินให้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ให้ลงชื่อไว้ แล้วจะแจ้งให้ทราบว่าจะได้เงินเมื่อใด ซึ่งเงินที่ลงหุ้นไปจำนวนมาก 2-3 ล้านบาทนั้น เพราะก่อนหน้านี้เชื่อมั่นสหกรณ์ฯ และเมื่อมีการจัดโพรโมชั่นต่าง ๆ เช่น แคมเปญวันเกิด ก็มักจะนำเข้าสหกรณ์
ด้าน ขณะที่ผศ.บรรเจิด พฤฒิกิตติ ประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จำกัด พร้อมคณะกรรมการ ทนกระแสกดดันไม่ไหว ก่อนเปิดแถลงชี้แจงต่อสมาชิก กรณีการเลื่อนจ่ายเงินปันผลและกระแสข่าวการทุจริตภายในองค์กร หลังพบมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 พบว่า มีเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ 8 คน ในฝ่ายไอที ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน ฝ่ายสินเชื่อ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายกิจการสมาชิก ร่วมกับสมาชิก และนอมินี รวมทั้งหมด 92 คน ร่วมกันฉ้อโกงเป็นขบวนการ โดยนำเงินจำนวนหนึ่งออกจากระบบโดยมิชอบ และสหกรณ์ฯ ได้แจ้งความ ดำเนินคดีแพ่งและอาญา พร้อมแจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้เข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ละเอียด และรัดกุมขึ้น ขณะเดียวกันก็เชิญผู้แทนกลุ่มสมาชิก 50 กลุ่ม เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้นำข้อมูลไปเผยแพร่ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มรับทราบข้อเท็จจริง

โดยแจ้งว่า สมาชิกสามารถแจ้งลาออกได้ แต่ยังไม่สามารถรับเงินหุ้นได้ เนื่องจากมีข้อบังคับของสหกรณ์ กรณีที่ยังไม่ชำระบัญชีประจำปี หรือการปิดงบประจำปีที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ จะทำให้ไม่สามารถประเมินมูลค่าหุ้นได้ จึงต้องรอให้ดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว ก็จะรับเงินหุ้นได้หลังการประชุมใหญ่สามัญ วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ แต่สมาชิก ก็ทำธุรกรรมกับสหกรณ์ได้ตามปกติ เพราะยังมีความมั่นคงอยู่
ผศ.บรรเจิด ยืนยันว่า ขณะนี้สหกรณ์ไม่ได้ล้มละลายตามมีกระแสข่าว เพราะเงินส่วนใหญ่ปล่อยให้สมาชิกกู้ประมาณ 600 ล้านบาท จึงอยู่ในมือของสมาชิกที่ยื่นกู้ ส่วนที่ยักยอกนำเงินออกไป ก็มีจำนวนหนึ่งเท่านั้น คาดว่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท แต่ก็ต้องให้ปิดงบประจำปีแล้วเสร็จ ก็จะทราบตัวเลขที่แท้จริง
สำหรับรูปแบบที่มีการยักยอกทุจริตนั้น เจ้าหน้าที่ไอที ดำเนินการโดยวิธีการ ป้อนตัวที่ไม่ถูกต้องเข้าระบบ เช่น สมาชิกที่ลาออกไปแล้ว กลับนำชื่อและเลขที่เข้าระบบมีเงินฝาก เพื่อให้เหมือนทำธุรกรรมการเงิน แล้วขอสิทธิกู้เงินและถอนเงิน
ส่วนคณะกรรมการชุดนี้ ยืนยันว่าไม่มีใครที่เกี่ยวข้องกับเงินที่มีการยักยอก โดยเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์จังหวัดสขลา ก็เข้าตรวจสอบ และนำบัญชีของทุกคนไปตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย ก็ไม่พบว่ามีใครเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้
ผศ.บรรเจิด ยืนยันว่า คณะกรรมการจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก พร้อมทยอยแจ้งความคืบหน้าของคดีและสถานการณ์ทางการเงินให้สมาชิกได้รับทราบเป็นระยะ ผ่านผู้แทนกลุ่มสมาชิกต่อไป

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

