จับกุมพาดหัวข่าว

ตำรวจชุมพร–ภาค 8 รวบแก๊งอ้างเป็นตำรวจปล้นตู้เซฟแรงงานเมียนมา พบเอี่ยวคนมีสี-ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยึดของกลางจำนวนมาก

ตำรวจชุมพร–ภาค 8 รวบแก๊งอ้างเป็นตำรวจปล้นตู้เซฟแรงงานเมียนมา พบเอี่ยวคนมีสี-ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยึดของกลางจำนวนมาก
ชุมพร – ความคืบหน้าคดีอุกอาจ กลุ่มคนร้ายแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่รัฐบุกปล้นบ้านแรงงานชาวเมียนมาในพื้นที่อำเภอท่าแซะ ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร แกะรอยรวบผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก และอยู่ระหว่างขยายผลล่าตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ
จากกรณีเหตุเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 กลุ่มคนร้ายจำนวน 5 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมอาวุธปืน บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักแรงงานชาวเมียนมา ในพื้นที่หมู่ 17 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ ก่อนกักขังผู้เสียหายและยกตู้เซฟหลบหนี ภายในมีเงินสดกว่า 100,000 บาท พลอย และเอกสารสำคัญจำนวนหนึ่ง โดยตำรวจเชื่อว่าเป็นการก่อเหตุแบบมีการวางแผนและรู้ข้อมูลภายในเป็นอย่างดี


ต่อมาเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 8 และชุดสืบสวนจังหวัดชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถออกหมายจับและเข้าจับกุม นายอนุชา ชะชัย อายุ 32 ปี หรือ “น๊อต” ซึ่งเป็น อส.สำรอง ได้ที่บ้านพัก พร้อมตรวจยึดรถยนต์กระบะที่ใช้ก่อเหตุ
จากการสอบสวน นายอนุชา รับสารภาพว่า ทำหน้าที่เป็นคนขับรถพากลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุไปยังเป้าหมาย โดยมีผู้ร่วมขบวนการ ได้แก่ นายเฉลิมพล หรือ “เมย์”, นายสันติพล หรือ “กล้า” และ นายราม ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่
ผู้ต้องหาให้การว่า หลังลงมือก่อเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำตู้เซฟไปงัดเปิด ก่อนแบ่งเงินกันคนละ 25,400 บาท แล้วนำตู้เซฟไปทิ้งทำลายหลักฐาน ภายหลังทราบว่าผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ต่างพากันแตกกระเจิงหลบหนีไปคนละทิศทาง โดยนายอนุชา พยายามขับรถหลบหนีไปยังพื้นที่ภาคกลาง แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจขับรถย้อนกลับบ้านเพื่อเตรียมเข้ามอบตัว ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้เสียก่อน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุม นายสันติพล ประเสริฐ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาอีกรายตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 19 นัด และโทรศัพท์มือถือ
จากการตรวจค้นเพิ่มเติม พบของกลางจำนวนมาก อาทิ แหวน 41 วง สร้อยคอ 9 เส้น ต่างหู 24 ชิ้น เงินสด 25,400 บาท รวมถึงรถยนต์และเครื่องแต่งกายที่ใช้ในวันก่อเหตุ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนัก อาทิ ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีอาวุธปืน ใช้ยานพาหนะในการก่อเหตุ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้นำชุมชนในพื้นที่ มาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป////

เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199