ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ครอบครัวเศร้ารับร่างป้าเอื้องเหยื่อรถเมล์มรณะถูกไฟชน ด้านลูกสาวเผยความในใจครั้งสุดท้ายก่อนจากลา

ครอบครัวเศร้ารับร่างป้าเอื้องเหยื่อรถเมล์มรณะถูกไฟชน ด้านลูกสาวเผยความในใจครั้งสุดท้ายก่อนจากลา

บรรยากาศที่วัดหนามแดง ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วง 17.30 น วันที่ 19 พ.ค. 69 เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างไร้วิญญาณ ของ นางเอื้อง หรือ ป้าเอื้อง มะโนแจ่ม อายุ 66 ปี ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้และมีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ป้าเอื้อง
ด้านนายอนุสรณ์ มโนแจ่ม อายุ 46 ปี คนนี้เป็นลูกชาย ของป้าเอื้อง เจาตัวบอกกับนักข่าวก่อนที่ร่างของป้าเอื้องจะเดนิทางมาถึงวัดหนามแดง โดยบอกกับนักข่าวว่า ปกติแล้ว คุณแม่จะโดยสารรถเมล์กับ รถไฟฟ้าบ้าง ในการออกไปทำงานนอกบ้าน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ทุกคนมั่นใจว่าจะปลอดภัย แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น คุณแม่เพิ่งจะมานั่งรถเมล์สายนี้เมื่อช่วงหลัง เพราะว่ารับจ๊อบที่กรุงเทพ แม่เป็นคนเก่งเมื่อตอนแผ่นดินไหวก็ไปรับจ๊อบที่กรุงเทพและวิ่งออกมา เหตุการณ์ครั้งนี้เมื่อเห็นคลิปแม่ตัวเองแล้วก็หวังให้มีปาฏิหาริย์ ในวันเกิดของคุณแม่ ได้มีการเตรียมเค้กก้อนเล็กๆ เพราะคุณแม่สอนให้ประหยัด แม่ก็จะดีใจเพราะเป็นเค้กที่ลูกซื้อให้ ตนได้เตรียมเค้กไว้เซอร์ไพรซ์ให้แม่กลับมาเป่า ถึงอยากให้มีปาฏิหาริย์ ตอนเกิดเหตุตนคนเจ็บแล้วไม่มีชื่อคุณแม่ เหลือแต่รายชื่อผู้รอตรวจอัตลักษณ์ ในใจคิดเต็มร้อยว่าแม่ปลอดภัย ตอนขับรถมาจากอุดร 700 กิโล คุณแม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ในเชิงรูปคดีหรือกฎหมาย ขอชื่นชม ขสมก. ที่ออกมาประกาศจุดยืน แต่ก็แอบเจ็บใจ พนักงานขับรถต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร คุณรอได้ก่อนถึงทางรถไฟ เพราะในกรุงเทพจะเจอเหตุการณ์รถติดเป็นประจำ ขอให้เคสแม่ตน (รถไฟกลับรถโดยสาร) ให้เป็นเคสสุดท้าย ไม่อยากให้มีใครสูญเสียคนที่รัก ครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะแม่เป็นทั้งพ่อและแม่ เลี้ยงลูกสามคน นอกจากนั้นยังมีพี่ชายที่ป่วยอยู่ที่สิงห์บุรีที่คุณแม่ต้องดูแล และพี่ชายที่ป่วยติดเตียงอีกคนนึงอยู่ที่เทพารักษ์ คุณแม่ก็ต้องดูแล และยังดูแลน้องสะใภ้ที่ประสบอุบัติเหตุทางขา และรวมถึงน้องชายที่ไม่ค่อยแข็งแรง คุณแม่ถือเป็นเสาหลัก ตอนนี้ถือว่าพังทลาย คุณแม่กำลังมีความสุข กำลังจะได้พักเหนื่อย แม่หายตัวไปตั้งแต่คืนวันเสาร์ ตนได้มีการติดตามข่าวว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่ยังไม่เห็นคลิปของคุณแม่ ตอน 9 โมงเช้าตอนกำลังจะเข้าทำงาน น้องโทรมาแจ้งว่าแม่หายตัวไป แต่คิดว่าอาจจะไปค้างบ้านเพื่อน 5 นาทีต่อมา น้องโทรมาหา ว่าเห็นคลิปของคุณแม่หรือยัง หลังจากนั้นตนทำงานต่อไม่ได้ ใช้เวลาตั้งสติอยู่พักใหญ่ และขับรถมาจากอุดรเพื่อมากรุงเทพ ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับใคร และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับแม่ตัวเอง ทาง ขสมก .ประกาศจุดยืนแล้ว แต่องค์กรอื่นๆตนยังไม่รู้ส่าจะยังไง ตนไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย ต้องขอขอบคุณ คนที่มีคลิปตอนที่เห็นคุณแม่ เพราะถ้าไม่มีคลิปนั้นก็จะไม่รู้ว่าคุณแม่หายไปไหน เพราะไฟลุกไหม้ จนไม่รู้ว่าเป็นใคร และขอขอบคุณพี่ๆ กู้ภัย ที่อุ้มร่างคุณแม่ออกมาจากรถ

ตอนที่ตนจะกลับมาหาแม่ที่สมุทรปราการ คุณแม่อยากกินแหนมเนือง จะฝากซื้อ ตนเลยบอกว่าที่สมุทรปราการก็มีเดี๋ยวจะพาไปกิน ให้แม่แต่งตัวสวยสวย ก็เลยเป็นชุดแบบในรูป เป็นชุดเก่ง วันนั้นเขาใส่ชุดนี้เพื่อที่จะไปดูเครื่องนวดเท้า เพื่อที่จะมาทำธุรกิจเล็กๆ หาเงินเสริมไว้ดูแลคนป่วย หลังเกิดเหตุรู้สึกจุกอยู่ในอกเสียใจมาก แต่วันนี้เริ่มทำใจได้ และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก และอยากให้เข้มงวดเรื่องการจราจร อยากให้คนขับรถโดยสาร รักตัวเอง และรักผู้โดยสารให้มากๆ การที่ไปจอดค่อมรางรถไฟมันไม่ปลอดภัยอยู่แล้ว สู้ใจเย็นสักนิดจอดรอ ตอนนี้ต้นยังเห็นการรถไฟเงียบๆอยู่ ตนไม่ได้อยากเรียกร้องอะไร แค่อยากให้ออกมาขอโทษกับประชาชนสักนิด และอยากให้คัดกรองและกลั่นกรองพนักงานสักนิด ไม่ใช่เพิ่งจะมาตรวจฉีดตอนหลังเกิดเหตุ ควรจะจริงจังก่อนที่จะเกิดเหตุ และอีกอย่าง คนไทยลืมง่าย ตนจำได้ว่าตอนที่แผ่นดินไหว คนวิ่งหนีออกจากตึก หลังผ่านไปสามวัน คนก็กลับไปอยู่ในตึก เหตุการณ์นี้ก็เช่นกันตนจะคอยดูว่าหลังจากเหตุการณ์นี้เงียบไปแล้ว อยากฝากพี่ๆนักข่าวไปดู แยกมักกะสัน ว่ามีเหตุการณ์รถจอดคอมรางรถไฟอีกหรือเปล่า ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน อย่างเหตุการณ์ของคุณแม่ เพราะมีพี่ๆนักข่าวให้ความสนใจ ในการสูญเสีย แต่ถ้าไม่มีสื่อสนใจคุณแม่ก็อาจจะเป็นแค่มดตัวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็แล้วไป เพราะตนไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย เขาว่าอย่างไรก็ตามนั้น ตนไม่คิดจะเรียกร้องใดๆ เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตไม่ได้เกิดมาเพื่อขาย อยากใช้ชีวิตที่ดี
โดยทันที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างของป้าเอื้องจากสถาบันนิติเวช รพ.ตร. เดินทางมาถึงวัด พบว่ามีทางด้านเจ้าหน้าที่ของ ขสมก. รวมถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย หลายสิบคน พากันมาตั้งแถวรอรับร่างของป้าเอื้องในครั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของป้าเอื้อง ขณะที่บุตรสาวและครอบครัวพากันร้องไห้โอ กอดโลงศพที่บรรจุร่างของป้าเอื้องทันทีที่รถจอดเทียบที่ศาลาสวดพระอภิธรรม
ด้าน พระครูวิทูรกิจจาทร (พระครูจาบ) เจ้าอาวาสวัดหนามแดง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการรดน้ำศพของป้าเอื้อง ผ่านทางสายสิญจน์ ก่อนจะให้ทางครอบครัวรวมถึงญาติและตัวแทนของ ขสมก.และการรถไฟแห่งประเทศไทยเข้าร่วมพิธีรดน้ำศพในครั้งนี้ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ


ด้าน ดร.กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผอ ขสมก ได้มอบเงินช่วยเหลือทางครอบครัวของป้าเอื้อง ในเบื้องต้น พร้อมชี้แจงขั้นตอนและเอกสารต่างๆที่ทางครอบครัวต้องดำเนินการในเรื่องขอรับเงินเยียวยาต่างๆกับทาง ขสมก.ตามระเบียบ ขณะที่ บุตรชายของป้าเอื้อง ได้กล่าวความรู้สึกกับทางผอ.ขสมก. โดยระบุว่าอยากฝากถึงคนขับรถเมล์ให้มีวินัยในการขับรถเมล์โดยเฉพาะการไปจอดค่อมรางรถไฟ อยากให้การเกิดเหตุครั้งนี้เป็นเรื่องเตือนจิตสำนึกและวินัยของคนขับรถโดยสารประจำทางเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีกในอนาคต ในส่วนของตนเองและครอบครัว ในฐานะของผู้สูญเสียที่เกิดขึ้นแล้วในครั้งนี้ มาถึงวันนี้ตนเองไม่ติดใจเอาความกับผู้ใด และขออโหสิกรรมให้กับคนขับรถเมล์คนขับรถไฟรวมถึงผู้เกี่ยวข้อง และต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข่าวตั้งแต่เกิดเหตุจนสามารถตามหาร่างของแม่และพากับมาที่วัดได้ในวันนี้ หากวันนั้นไม่ปรากฎคลิปวงจรปิดที่เห็นแม่ในรถเมล์ตนเองก็ไม่ทราบเลยว่าแม่หายไปไหน เนื่องจากไม่ได้อยู่กับแม่ที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ความรู้สึกของตนเองรู้สึกดีที่ทุกคนมาให้กำลังใจทางครอบครัว
ด้าน ผอ ขสมก ให้สัมภาษณ์บอกว่า ในวันนี้ทางตนเองและผู้บริหารของขสมกรวมถึงพนักงานรวมกว่า 50 คน ตั้งใจกันเดินทางมาร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของป้าเอื้อง ในส่วนของความช่วยเหลือจากทาง ขสมก ซึ่งจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานทั้งหมด รวมถึงจะมอบเงินเยียวยาที่เคยให้ข้อมูลกับทางสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งนี้ทางคณะผู้บริหารรวมถึงพนักงานของ ขสมก.มีความตั้งใจที่จะเดินทางไปร่วมงานศพของผู้เสียชีวิตทั้งหมดหลังจากที่ทราบสถานีและกำหนดการต่างๆ เพื่อแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว ในส่วนของมาตรการด้านความปลอดภัยของรถ ขสมก. ซึ่งที่ผ่านมา .ขสมก.จะเพิ่มความตะหนักรู้และวินัยให้กับพนักงานโดยเฉพาะคนขับให้มากขึ้นเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร รวมถึงคุมเข้มมาตรการการตรวจสภาพและการซ่อมบำรุงรถโดยสาร ขสมก.ให้มีความพร้อมและความปลอดภัยอยู่เสมอ ส่วนการคาดโทษสำหรับพนักงานของ ขสมก. ในส่วนนี้ทาง ขสมก .ยืนยันว่ามีมาตรการและบทลงโทษกำหนดไว้ใช้เจนอยู่แล้วหากพบพนักงานหรือคนขับรถ ขสมก.มีการทำผิดวินัยหรือมีการร้องเรียนจากผู้โดยสารซึ่งจะต้องถูกสอบทางวินัยและดำเนินการตมมาตรการที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน
นางจิณห์นพสุขข์ บุญทอง อายุ 64 ปี เพื่อนผู้ตาย เปิดใจและโชว์แชดสุดท้ายที่ได้คุยกับทางป้าเอื้องให้กับนักข่าวเราดู โดยในแชดสุดท้ายที่ได้พูดคุย ทางป้าเอื้องบอกกับเพื่อนคนนี้ว่า จะไปรักษาเกี่ยวกับเลือดและน้ำเหลืองในร่างกายให้สมดุลปกติ และไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องขึ้นรถมาเอง ซึ่งนั่นคือแชดสุดท้ายที่ป้าเอื้องเดินทางไปด้วยรถเมลคันดังกล่าว ก่อนจะมาทราบข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชนหลังเกิดเหตุไม่นานและตนเองพยามโทรหาป้าเอื้องแต่ไม่มีการรับสาย
นางจิฌห์นพสุขข์ ยังบอกอีกว่า วันเกิดเหตุป้าเอื้องไลน์หาเพื่อนหลายคนเพื่อชักชวนกันไปตรวจสุขภาพ แต่ก็ไม่มีใครไปเพราะไม่มีใครว่าง ตนเองยังคิดว่าหากไปกันทั้งหมดที่ป้าเอื้อชวน อาจจะตายกันหมดหรือไม่ก็รอดทั้งหมดเพราะอาจจะดึงเวลารอกันไปมาจนอาจจะไม่ได้เรื่องขึ้นกับป้าเอื้องก็ได้ ขณะนี้ในส่วนของเพื่อนๆรวมถึงคนในหมู่บ้านเดียวกันกับป้าเอื้อง ได้มีการพูดคุยกันเพื่อรวบรวมเงินเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมให้กับทางป้าเอื้องในคืนวันพรุ่งนี้
สำหรับการสวดพระอภิธรรม ทางครอบครัวตั้งบำเพ็ญกุศลศพของป้าเอื้องจนถึง คืนวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. นี้ จากนั้นจะมีการฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่จะถึงเวลา 17.00 น.