พาดหัวข่าวเพลิงไหม้

ระทึกกลางกรุงเก่า! ไฟไหม้ชุมชนศาลแขวงวอด 6 หลัง โรงเรียนเร่งอพยพนักเรียนหนีควันไฟ

ระทึกกลางกรุงเก่า! ไฟไหม้ชุมชนศาลแขวงวอด 6 หลัง โรงเรียนเร่งอพยพนักเรียนหนีควันไฟ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ร.ต.อ.วิรุฬห์กิจ ตันตระกูล รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนศาลแขวงและวัดปราสาท ซอยอู่ทอง 54 หมู่ 5 ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลและ อบต.ใกล้เคียงนับสิบคันเข้าระงับเหตุ
จุดเกิดเหตุเป็นชุมชนพื้นที่คับแคบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้ เจ้าหน้าที่ต้องลากสายดับเพลิงจากปากซอยเข้าไปยังจุดเกิดเหตุระยะทางกว่า 300 เมตร พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้เก่าแก่ปลูกติดกัน อีกทั้งยังมีอาคารเรียนเก่าภายในพื้นที่ ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว พร้อมมีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ท่ามกลางกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง ท่ามกลางลมกรรโชกแรงและมีฝนตกลงมาเล็กน้อย ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัดได้ เบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 6 หลังคาเรือน รวมถึงอาคารเรียนเก่าได้รับความเสียชั้นบนหายบางส่วน แต่ไม่เสียหายทั้งหลัง


ขณะเกิดเหตุ ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างช่วยกันขนย้ายทรัพย์สิน ทั้งถังแก๊สและของมีค่าออกจากบ้านกันอย่างโกลาหล บางหลังไม่สามารถนำทรัพย์สินออกมาได้แม้แต่ชิ้นเดียว ต้องรีบหนีเอาชีวิตรอด
นอกจากนี้ จุดเกิดเหตุยังอยู่ใกล้กับโรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ ซึ่งมีกลุ่มควันลอยเข้าภายในโรงเรียน ทางโรงเรียนจึงประกาศให้นักเรียนลงจากอาคารเรียนอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัย พร้อมประสานผู้ปกครองให้มารับนักเรียนกลับบ้านก่อนเวลาเลิกเรียนในเวลา 15.30 น. ทำให้ผู้ปกครองต่างรีบเดินทางมารับบุตรหลานด้วยความเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สอบถาม พระพีรวัฒน์ พระลูกวัดปราสาท เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่บนกุฏิชั้น 2 ด้านหลังจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงคล้ายไฟฟ้าช็อตประมาณ 3-4 ครั้ง จึงรีบลงมาด้านล่างและแจ้งพระภายในวัด ก่อนขึ้นไปดูพบว่าไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุ โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณช่วงกลางชุมชน ส่วนอาคารที่อยู่ใกล้เคียงเป็นโรงเรียนอรุณประเสริฐ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าที่เลิกใช้งานมานานแล้ว
ด้าน นางสาวตา อายุ 40 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 103/19 เล่าว่า ขณะนอนพักอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงเด็กเอะอะโวยวาย ตอนแรกคิดว่าผู้สูงอายุในบ้านอาจหกล้ม แต่เมื่อเดินออกมาดูก็พบว่าไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำอะไรแทบไม่ทัน ได้แต่รีบพาคนในบ้านหนีออกมา ส่วนทรัพย์สินไม่สามารถขนย้ายได้ทัน ทำให้บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด