ปทุมธานี – อบจ.จับมือ ดร.ปริญญา เล็งปั้น The Eye เมืองไทย แลนด์มาร์กโลก ย้ำเร่งถกเอกชนเจ้าของที่ดินร่วมอนุรักษ์ พัฒนาท่องเที่ยว
ปทุมธานี อบจ.จับมือ ดร.ปริญญา เล็งปั้น The Eye เมืองไทย แลนด์มาร์กโลก ย้ำเร่งถกเอกชนเจ้าของที่ดินร่วมอนุรักษ์ พัฒนาท่องเที่ยว
เปิดใจเบื้องหลังค้นพบเกาะลอยน้ำมหัศจรรย์อายุกว่า 50 ปี ชี้ทางรอดพื้นที่ชุ่มน้ำพ้นภาษีที่ดินร้าง เผยเตรียมดึงผู้เชี่ยวชาญร่วมวางแผน ดันสร้างหอคอยสูงชมวิว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นโตกว่าแค่ก๋วยเตี๋ยวเรือ
เมื่อเวลา 13.00 น. 9 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ได้ร่วมกันเปิดใจและให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ ถึงแนวทางการบริหารจัดการและการพัฒนาพื้นที่ “The Eye” หรือเกาะลอยน้ำทรงกลมมหัศจรรย์ที่ถูกค้นพบในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนอย่างกว้างขวาง

รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังและเหตุผลสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลการค้นพบในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำถึงมิติด้านการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำว่า “ก็น่าดีใจมากครับที่ท่านนายก อบจ. ปทุมธานี ตอบรับที่จะทำให้พื้นที่นี้ คือถ้าหากว่าเราไม่ทำอะไรต้องเข้าใจว่ากฎหมายภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ถ้าพื้นที่ที่ร้างไว้จะเสียภาษีแพงมาก ดังนั้นไม่ช้านานหรอก ก็จะกลายเป็นแปลงกล้วย แปลงมะนาว แล้วตรงนี้ก็จะสาบสูญหายไปตลอดกาล ต้องขอบคุณท่านนายก อบจ. ที่ได้ดำเนินงานในการอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติตรงนี้ไว้”
ดร.ปริญญา กล่าวต่อไปว่า ตนเองได้ใช้โดรนบินสำรวจและพบเกาะนี้มาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้เผยแพร่เพราะรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองและปัจจัยต่างๆ จนกระทั่งกังวลว่าหากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปกว่านี้ พื้นที่ธรรมชาติดังกล่าวอาจถูกปรับเปลี่ยนสภาพเพื่อเลี่ยงภาษีที่ดินรกร้าง เหมือนกับหลายๆ แห่งที่กลายเป็นสวนกล้วยหรือสวนมะนาว จึงตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลก่อนที่จะสายเกินไป

นอกจากนี้ ดร.ปริญญา ยังระบุถึงแนวทางการทำงานขั้นต่อไปว่า “หลังจากนี้จะมีการนำผู้เชี่ยวชาญทางธรรมชาติ และผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ชุ่มน้ำเข้ามาศึกษาพื้นที่ เพื่อนำเสนอแนวทางเชิงลึกให้กับทาง อบจ. ได้ตัดสินใจดำเนินการในขั้นต่อไป” พร้อมอธิบายข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เกาะนี้เกิดจากธรรมชาติทิ้งไว้กว่า 50 ปี เป็นบ่อดินเก่าที่มีน้ำลึกมาก เมื่อวัชพืชเกิดการเกาะตัวกันแน่นจนลอยน้ำและถูกลมพัดเสียดสีตลิ่งเป็นเวลานาน จึงกลายเป็นทรงกลมตามธรรมชาติ คล้ายกับเกาะดวงตาที่ประเทศอาร์เจนตินา
ทางด้าน พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้กล่าวถึงนโยบายและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว โดยยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่พร้อมเดินหน้าประสานงานอย่างเต็มที่ “ต้องบอกว่าเราก็ไม่อยากให้เสียธรรมชาติ แต่อันนี้สิทธิมันอยู่ที่เจ้าของเขา คือของบริษัท ศิริผลวัฒนา (1979) จำกัด ซึ่งเราก็สนิทสนมกัน ตอนนี้ได้ส่งทีมงานกองช่างและประธานสภาลงไปดูสภาพข้อเท็จจริงแล้ว และผมกำลังพยายามพูดคุยเจรจาอยู่ ขณะเดียวกันเราก็ไม่รู้ว่าจะได้แค่ไหน แต่ถามว่าเราต้องการไหม เราต้องการสร้างแลนด์มาร์กของปทุมธานีครับ ยังไงคงต้องหาที่ดินเพื่อทำหอชม

นายก อบจ.ปทุมธานี ระบุเพิ่มเติมว่า ทาง อบจ. มีนโยบายเดิมที่ต้องการเพิ่มปอดและพื้นที่สวนสาธารณะให้กับประชาชนอยู่แล้ว เมื่อมีการเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาและเห็นว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติจริงๆ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมารูปทรงก็ยังเปลี่ยนไปตามทิศทางลมและพายุ จึงมองเห็นโอกาสที่จะต่อยอดพัฒนาพื้นที่นี้ “ถ้าเราทำตรงนี้ขึ้นมาได้ มันจะเป็นแหล่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่ที่ปทุมธานี เราอยากสร้างหอคอยสูงๆ ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปดูวิวอันนี้ ต่อไปถ้าเอ่ยชื่อปทุมธานี คนจะได้ไม่นึกถึงแค่ก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างเดียว แต่จะต้องมาดู ‘ตาเมืองไทย’ ที่นี่เลย” พลตำรวจโท ภาววิทย์ กล่าวทิ้งท้าย
อย่างไรก็ตาม นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ฝากเตือนประชาชนและผู้ที่สนใจว่า เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของเอกชน จึงขอความร่วมมืออย่าเพิ่งเดินทางเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเพื่อป้องกันปัญหาการบุกรุก โดยขอให้รอผลการเจรจาและการวางแนวทางร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การเข้าชมในอนาคตเป็นไปด้วยความปลอดภัยและไม่ทำลายระบบนิเวศดั้งเดิม


