ตม.บุกรวบหนุ่มแดนน้ำหอม คาวิลล่าหรูเมืองชะอำ หลังหนีหมายจับตำรวจสากล คดีแชร์ลูกโซ่ 8 พันล้าน
ตม.บุกรวบหนุ่มแดนน้ำหอม คาวิลล่าหรูเมืองชะอำ หลังหนีหมายจับตำรวจสากล คดีแชร์ลูกโซ่ 8 พันล้าน
เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สังกัด กก.สส.บก.ตม.3 เข้าควบคุมตัวชายสัญชาติฝรั่งเศส ผู้ต้องหาคดี ฉ้อโกงโดยการหลอกลงทุน ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ตามหมายจับของประเทศฝรั่งเศส และหมายแดงของอินเตอร์โพล หลังตรวจพบหลบหนีซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ตามนโยบาย และข้อสั่งการ ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและคนร้ายเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะคนร้ายข้ามชาติที่กระทำความผิดที่ส่งผลเสียต่อสังคมเป็นวงกว้างและเข้ามากบดานซ่อนตัวในประเทศไทย

“บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ในฐานะแม่ทัพของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่โดยตรงในการปราบปรามจับกุมอาชญากรข้ามชาติ ทุกสัญชาติ ขานรับนโยบายโดยสั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 สนธิกำลัง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำโดยพ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 นั่งหัวโต๊ะบัญชาการสั่งการ หลังมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการปรากฏตัว ของ นาย Dogan (นาทสมมติ) อายุ 38 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของ ทางการฝรั่งเศสและตุรกี รวมถึงตำรวจสากล โดยเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการ หลอกลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย ผบก.ตม.3 ได้ลงนามในแบบแจ้งการเพิกถอนวีซ่า และสั่งการให้ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริญศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3, และ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนไปติดตามจับกุม ในเวลาประมาณ 15:00 น. ของวันที่ 20 มิ.ย.2569 หลังได้ทราบข้อมูลจากการสืบสวนหาข่าว ว่าพบตัวเป้าหมายเข้าพักอาศัยในวิลล่าหรูแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จ.เพชรบุรี จึงสนธิกำลังบุกเข้าไปแสดงตัว ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง
โดยผลการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องสงสัยคือ MR.Dogan(นามสมมติ) อายุ 33 ปี สัญชาติฝรั่งเศสจริง จึงควบคุมตัวมาตรวจสอบอัตตลัษณ์บุคคลอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจาก บุคคลต่างด้าวรายนี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 (7)

โดยที่มาของคดีดังกล่าวนี้ ผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวกรวม 5 รายได้ก่อตั้งบริษัทด้าน “ดิจิทัลไฟแนนซ์” ในปี 2565 และสร้างความน่าเชื่อถือโดยอ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับบริษัทการเงินขนาดใหญ่ในดูไบ จากนั้นชักชวนผู้ลงทุน โดยเฉพาะชาวตุรกีที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ นักลงทุนแต่ละรายถูกชักชวนให้ลงทุนตั้งแต่ 20,000–300,000 ยูโร พร้อมสัญญาผลตอบแทนสูงมาก เช่น
* กำไร 15% ต่อเดือน
* กำไรปีละ 5 เท่าของเงินต้น
* โบนัส 10% สำหรับการชวนสมาชิกใหม่เข้าร่วมลงทุน
ซึ่งเป็นลักษณะที่คล้ายระบบแชร์ลูกโซ่ (Ponzi scheme) ทนายฝ่ายผู้เสียหายระบุว่ามีผู้เสียหายราว 900 คน จากหลายประเทศทั่วโลก และความเสียหายอาจสูงถึง 200 ล้านยูโร หรือประมาณ 7.5–8 พันล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ซึ่งหลังจากถูกจับกุม สตม. จะได้ดำเนินการส่งกลับ คนร้ายข้ามชาติร้ายดังกล่าวนี้ไปยังประเทศที่มีมีการร้องขอ เพื่อดำเนินคดีต่อไป


