วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก นางสาวสุภาพร ทองแก้ว หรือ อุ๊ก อายุ 33 ปี (แม่) ว่าลูกชายตนเองอายุ 14 ปี ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่น ประมาณ 5 คน อายุ 18-26 ปี รุมทำร้ายร่างกายจนสลบถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล
วันที่ 24 มิถุนายน 2569
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก นางสาวสุภาพร ทองแก้ว หรือ อุ๊ก อายุ 33 ปี (แม่) ว่าลูกชายตนเองอายุ 14 ปี ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่น ประมาณ 5 คน อายุ 18-26 ปี รุมทำร้ายร่างกายจนสลบถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล
ต่อมาหลังเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรสะเดา ทางพนักงานสอบสวนได้มีการเรียกตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทั้งหมดเข้ามาพบและมีการปล่อยตัวไป ซึ่งหลังปล่อยตัวก็ไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใดอีกท้้งทางฝั่งที่ก่อเหตุพ่อแม่เป็นพวกมีอิทธิพลในพื้นที่ จึงเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้ร้องทุกข์สื่อเข้ามา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ช่วงเวลากลางดึก


ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านขายของชำ ถนนอิสลามบำรุง ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบกับ นางสาวสุภาพร ทองแก้ว หรือ อุ๊ก อายุ 33 ปี (แม่) ได้พาผู้สื่อข่าวชี้จุดเกิดเหตุซึ่งลูกชายที่โดนกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกาย และพยายามอุ้มลูกชายขึ้นรถเพื่อนำไปรุมทำร้ายร่างกายต่อ พร้อมกับมอบหลักฐานกล้องวงจรปิดช่วงขณะเกิดเหตุและภาพอาการบาดเจ็บของลูกชาย ก่อนอธิบายให้ผู้สื่อข่าวฟังช่วงขณะเกิดเหตุว่า ลูกชายหลังนอนสลบแล้วได้มีการเหยียบหน้าอกและข่มขู่จะยิงลูกชายตน โดยคนก่อเหตุที่ชื่อนายทีม อายุ 26 ปี ได้สั่งให้เพื่อนที่มาด้วยกันให้ไปหยิบอาวุธปืนที่อยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์แต่โชคดีที่เบาะรถจักรยานยนต์ไม่สามารถเปิดออกได้ หลังกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายน้องเสร็จ ก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันไปจำนวน 2 คัน ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะสอบถามเหตุการณ์เรื่องราว
จากการสอบถาม นางสาวสุภาพร ทองแก้ว หรือ อุ๊ก อายุ 33 ปี (แม่) ได้เล่าว่า คือคืนเกิดเหตุพอดีน้องอยู่ที่บ้านแล้วทีนี้มีเพื่อนทักแชทเข้าไปชวนน้องออกมาร้านค้าแล้วเพื่อนก็ไปรับที่บ้านค่ะก็ออกมาแล้วน้องก็นั่งเล่นในบ้านเพื่อนแล้วทีนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุ 1 ในนั้นค่ะได้โทรเข้าไปที่น้องแล้วก็เรียกน้องออกมาน้องก็เดินออกมาแล้วทีนี้น้องเดินออกมาเขาก็เรียกน้องน้องก็ยกมือไหว้แล้วทีนี้คุณใส่เสื้อสีขาวก็เข้ามาตบน้องจบแบบไม่ยั้งเลยและน้องก็ยกมือไหว้หลายครั้งไม่ใช่คนต้นเรื่องค่ะน้องไม่รู้จักด้วยซ้ำชื่อทีมอายุ 24 หรือ 26 ประมาณนี้ค่ะเขาด่าประมาณว่ามึงด่ามึงโพสต์ด่าแบบนี้หรอแล้วน้องก็ยกมือไหว้ขอโทษแต่น้องไม่รู้จักกับคนที่เข้ามาตบแต่ถามในกลุ่มเพื่อนของน้องเพื่อนของน้องทุกคนบอกว่าไม่เห็นโพสต์เลยค่ะที่น้องด่าในผู้ก่อเหตุพ่อขอตบเสร็จน้องมีอาการมึนๆแล้วเขาก็ลากไปบนถนนเลยค่ะทีนี้ก็เข้ามารุมกระทืบกันเลยจนน้องสลบพอน้องโดนน้องสลบไอ้คนชื่อทีมก็บอกว่าเพื่อนอีกคนไปเอาปืนออกมาจากใต้เบาะรถแต่บังเอิญเบาะรถมันเปิดไม่ออกเพราะว่ากุญแจรถมันเป็นรีโมทคนที่ถือรีโมทนั้นมันอยู่ไกลกับรถแล้วทีนี้มันก็พยายามอุ้มน้องจะพาไปที่อื่นแต่มันพาไปไม่ได้มันก็เลยลากมาให้พ้นกล้องวงจรปิดแล้วมันก็กระทืบอีกทีนึงแล้วมันก็ออกไปเลยพอออกไปเสร็จมันก็ย้อนกลับมาที่ร้านที่เกิดเหตุมันมาขอกล้องวงจรปิดเพื่อที่จะทำลายหลักฐานค่ะแต่ว่าทางร้านไม่ได้ให้ไปถามผู้ก่อเหตุผู้ก่อเหตุบอกว่าจากการโพสต์ facebook ดาถามน้องน้องบอกว่าไม่เพราะว่าคนที่ก่อเหตุที่มาตบน้องไม่ยั้งน้องไม่รู้จักเลยค่ะน้องสรุปไปแล้วเหยียบอกน้องไว้เอาตีนเหยียบหน้าแล้วก็ขยี้ค่ะรับไม่ได้ค่ะไม่ขอเคลียร์ไม่ขออะไรจากพวกเขาเพราะว่าคำขอโทษสักคำก็ไม่มีมาสักคนเลยณตอนนี้น้องยังอยู่โรงพยาบาลน้องผวาต้องกินยานอนหลับอยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้เร็วที่สุดอย่าให้ผู้ก่อเหตุไปกระทำกับคนอืนอีก
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสะเดาเพื่อเข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ นายอนันตยศ เฉลิมทรง หรือ น้องออมสิน อายุ 14 ปี (คนเจ็บ) ซึ่งอาการน้องออมสินยังมีอาการมึนศรีษะ เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้มีการตบเตะที่ศีรษะของน้องอย่างแรง และน้องยังคงระแวงหวาดกลัว ว่ากลุ่มวัยรุ่นจะบุกมาทำร้ายร่างกายถึงห้องพัก
โดยทาง นางสุรี ขุนรอด หรือ ป้ารี อายุ 43 ปี (ป้าน้องออมสินเสื้อฟ้า) เป็นคนเฝ้าดูแลอาการน้อง ได้ให้สัมภาษณ์สื่อด้วยเสียงสั่นเครือ ว่า คือกลางคืนเขาจะนอนไม่หลับเขาจะนอนลืมตาอยู่ตลอดเราก็ถามว่าลืมตาทำไมเขาบอกว่าเขาเห็นภาพที่ถูกทำร้ายแล้วก็พอเขานึกเยอะๆเขาก็จะปวดหัวพอปวดหัวป้าก็จะไปเรียกหมอเข้ามาแล้วหมอก็ให้ยานอนหลับเขาก็เลยได้หลับแต่พอดหมือนป้าจะเข้าห้องน้ำอาบน้ำเขาก็บอกออกมาได้แล้วเขากลัวแล้วก็ถาเหมือนมองไปข้างนอกถ้าสมมุตว่าเห็นเงาข้างนอกเขาบอกใครมาอีก แล้วก็พอลุกขึ้นเขาจะละเมอว่า ฉันกลัวๆๆปิดตูๆแล้วป้าก็ไปตามพยาบาลมา พยาบาลก็ให้กำลังใจว่าไม่ต้องกลัวนะลูกเพราะว่าอยู่ห้องนี้มันล๊อคประตูหมดยามก็มีแล้วก็จะชวนออกโรงบาลเขาไม่กล้าออก เขาบอกอยู่ตรงนี้ปลอดภัย
รู้สึกรับไม่ได้ค่ะ กับเหตุการณ์นี้คือเรื่องนี้ที่รู้มาคนฝั่งที่ทำได้ข่าวว่าเขาคนใหญ่คนโตมีอิทธิพลแล้วเขาบอกเขาจะเครียร์กับเราเขาพร้อมที่จะจ่าย ชดใช้ แต่เราคิดว่าถ้าเรารับส่วนนั้นมันไม่ยุติธรรมถึงเราไม่มีเงินแต่เราไม่คิดจะเอาเงินคนอื่นแต่เราต้องการความยุติธรรมผู้ปกครองของทั้ง5คนไม่มีใครติดต่อมาเลยค่ะทั้งๆที่คนทำเป็นลูกบ้านของป้าเพราะป้าเป็นประธานชุมชุนแล้วเขาเป็นลูกบ้านของหนูด้วยพ่อกับแม่เขาหนูสนิทดีแต่เขาก็ไม่ติดต่อ
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้มีการติดต่อไปยัง พ.ต.อ.พัฒนชัย ปาละสุวรรณ ผกก.สภ.สะเดา ซึ่งได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้วและได้มีการดำเนินการสอบปากคำกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว ส่วนทางด้านผู้บาดเจ็บต้องรอใบแพทย์อีกครั้งและดำเนินการสอบปากคำและดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาฝั่งผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งใช้เวลาไม่นานยังไงจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบพบว่า นายทีมพร้อมกับพวกอีก 2 คน ได้จอดรถและเดินตรงไปที่น้องก่อนที่นายทิมจะตบที่ศีรษะน้องหนึ่งครั้ง พร้อมกับตะโกนว่า ‘ มึงจะต่อยน้องกูเหรอ‘ จากนั้นก็ได้ตบไปที่ศีรษะน้องเป็นครั้งที่สองก่อนที่พรรคพวกของนายทีมจะเดินมาสมทบอีก 2 คน ก่อนที่จะรุมทำร้ายร่างกายและลากน้องออกมาที่กลางถนนพร้อมกับมีการรุมกระทืบที่ศรีษะหลายครั้งจนน้องนอนสลบ ก่อนที่นายทีมจะเดินมาเหยียบอกและได้สั่งพรรคพวกจับแขนขาหิ้วจะขึ้นรถเพื่อไปรุมทำร้ายร่างกายต่อ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถพาตัวน้องออมสินไปได้จึงได้วางลงกับพื้นถนน ส่วนนายทีมได้เดินมาที่ร้านค้าขายของชำ เพื่อขอกล้องกล้องวงจรปิดช่วงขณะที่ตนเองกำลังรุมทำร้ายร่างกาย แต่ทางร้านไม่อนุญาตให้กล้องวงจรปิดกับนายทีม ทำให้นายทีมและพวกขี่รถจักรยานยนต์ออกไป

พี่เสือนักข่าวสงขลา

