“เดชอิศม์” ฟาดกลับปมโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน!
“เดชอิศม์” ฟาดกลับปมโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน! ลั่นรู้มานาน 4-5 ปี มีซื้อขายตำแหน่งจริงแต่รื้อนโยบายไม่ทัน จี้นายกฯ ผ่าตัดขบวนการดูดเลือดประชาชน
สงขลา – เดชอิศม์ ขาวทอง อดีต มท.3 แจงยิบหลังคลิปเสียงพาดพิงรัฐมนตรีช่วยฯ ย้ำไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกระบวนการจัดสอบ ชี้พ้นตำแหน่งก่อนเรื่องอุทธรณ์กลับมาถึงกรมส่งเสริมฯ พร้อมเปิดปูมเคยหารือแก้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น หวังเปิดทางลูกชาวบ้านเข้าสู่ระบบราชการอย่างเป็นธรรม
ท่ามกลางกระแสสะเทือนวงการปกครองท้องถิ่นจากคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ “โกงสอบท้องถิ่น” ที่ถูกประเมินว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนสูงถึง 4,500 ล้านบาท ล่าสุดคลิปเสียงที่มีการพาดพิงถึง “รัฐมนตรีช่วย” ได้กลายเป็นชนวนให้ นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาชี้แจงทุกประเด็นอย่างละเอียด พร้อมโต้กลับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้น
นายเดชอิศม์ ระบุว่า บุคคลในคลิปเสียงที่ถูกกล่าวถึงอาจหมายถึงตนเอง จึงเห็นว่าจำเป็นต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้สังคมได้รับข้อเท็จจริงครบทุกด้าน และลดข้อสงสัยของประชาชนให้มากที่สุด โดยยืนยันว่าตลอดกระบวนการคัดเลือกหน่วยงานจัดสอบนั้น เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบราชการ

อดีต มท.3 อธิบายว่า กรณีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้รับการคัดเลือกให้ดำเนินโครงการสอบแข่งขัน แม้จะมีการอุทธรณ์ผลการพิจารณาในภายหลัง แต่อำนาจวินิจฉัยอยู่ที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งท้ายที่สุดยังคงยืนยันผลเดิมว่า มศว ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ
“เมื่อกรมบัญชีกลางยืนยันผลแล้ว เรื่องจึงกลับมาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าจะมีเหตุให้ยกเลิกหรือไม่ แต่ในช่วงเวลาที่ผลอุทธรณ์กลับลงมา ผมพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน” นายเดชอิศม์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตาอย่างหนักคือการเปิดเผยของนายเดชอิศม์ที่ระบุว่า ได้รับทราบข้อมูลจากข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยมานานกว่า 4-5 ปีแล้วว่า การสอบบรรจุบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาการวิ่งเต้นและซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ลูกชาวบ้าน หลานชาวนา เก่งแค่ไหนก็สอบเข้าไม่ได้ ถ้าไม่มีเงิน ผมรับไม่ได้ เพราะนี่คืออนาคตของประชาชน” นายเดชอิศม์กล่าว

เขาเปิดเผยว่า เคยหารือกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น เพื่อหาแนวทางปฏิรูประบบสอบ โดยเสนอให้มหาวิทยาลัยในแต่ละภูมิภาคเข้ามารับผิดชอบการจัดสอบแทนการรวมศูนย์ เพื่อลดช่องว่างการทุจริตและสร้างการแข่งขันอย่างโปร่งใส
“ภาคอีสานอาจใช้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาคใต้อาจใช้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผมมองว่าจะช่วยให้ระบบมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น” อดีต มท.3 กล่าว
พร้อมกันนี้ นายเดชอิศม์ยังส่งสัญญาณทางการเมืองถึงรัฐบาล โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงภาวะผู้นำและเร่งสะสางปัญหาอย่างจริงจัง
“ถึงเวลาผ่าตัดแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความเสียหายทางงบประมาณ แต่เป็นการดูดเลือดประชาชน เป็นการทำลายโอกาสของลูกหลานคนธรรมดา ถ้าปล่อยให้ระบบแบบนี้อยู่ต่อไป ประเทศจะไม่เหลืออนาคตให้คนรุ่นหลัง” นายเดชอิศม์กล่าวในที่สุด

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

