ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

เจ้าของร้านดอกไม้สะเดาร้องสื่อหวั่นไม่ปลอดภัย หลังโดนกลุ่มอิทธิพลผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และลูกน้อง ดักรอทางออกโรงเรียนบ้านหนำฮั้ว เหตุไม่พอใจเปิดกระจกรถมองหน้า

เจ้าของร้านดอกไม้สะเดาร้องสื่อหวั่นไม่ปลอดภัย หลังโดนกลุ่มอิทธิพลผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และลูกน้อง ดักรอทางออกโรงเรียนบ้านหนำฮั้ว เหตุไม่พอใจเปิดกระจกรถมองหน้า
วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากเจ้าของร้านดอกไม้ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ว่า ขณะที่ตนเองได้ไปรับแฟนสาวซึ่งเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนบ้านหน่ำฮั่วพื้นที่หมู่ 3 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ได้ถูกผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และพวกปิดประตูทางออกใช้อิทธิพลข่มขู่ ใช้ถ้อยคำหยาบคายในการพูดคุยอีกทั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพยายามจะเข้ามาทำร้ายร่างกาย แต่โชคดีแฟนสาวที่เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนได้เข้ามาห้ามไว้ทัน ต่อมาทราบว่าสาเหตุที่ผู้ใหญ่บ้านและพวกใช้อิทธิพลข่มขู่นั้นมาจากสาเหตุไม่พอใจที่ตนเปิดกระจกรถมองหน้าหาเรื่อง ซึ่งขณะนั้นตนเปิดกระจกรถเพื่อสูบบุหรีเท่านั้นไม่ได้มองหน้าแต่อย่างใด จนกระทั้งมีการคุกคามไปที่ทำงานของแฟนสาวจึงเป็นสาเหตุที่ร้องทุกข์สื่อเข้ามาเพื่อขอความเป็นธรรม
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านขายดอกไม้ ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบกับ นายอภิเดช วิบูลย์เชื้อ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านขายดอกไม้


พร้อมนำคลิปหลักฐานจากกล้องหน้ารถยนต์ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์พฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านและพวกเอาไว้ได้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ช่วงเวลา 16.19 น. ต่อมาปัญหาเริ่มบานปลายทำให้แฟนสาวต้องลาออกจากโรงเรียนที่สอนอยู่ได้มาสมัครเป็นครูอัตราจ้างของเทศบาลสะเดา จนกระทั่งล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีการโทรคุกคามไปยังที่ทำงานใหม่ของแฟนสาว จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายอภิเดช วิบูลย์เชื้อ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านขายดอกไม้ ได้เล่าว่า สาเหตุที่ร้องทุกข์สื่อนั้นตนอยากร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านใช้อำนาจเกินขอบเขต และปัญหาในโรงเรียนของแฟนสาว ที่ ผอ.นั้นทำตัวไม่เป็นกลางในโรงเรียนเข้าข้างทำตัวแบบเอียงๆไม่เป็นกลางมาตำหนิแฟนแบบนู้นแบบนี้เรื่องมาโรงเรียนสายบ้างไม่เข้าสังคมเพราะแฟนนั้นแยกตัวออกมาอยู่กับเด็กไม่สุงสิงกับใครเพื่อตัดปัญหาไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานก็คือตัว ผอ.นั้นให้สิทธิ์ที่ว่าครูโน้น มาโรงเรียนสายได้เพราะว่าลูกยังเล็กทั้งที่ตัวเองนั้นเป็นลูกจ้างต้องสมควรมาโรงเรียนให้ตามเวลาไม่ใช่ว่ามาให้สิทธิ์มาถึงโรงเรียน 08.00 – 09.00 น. แบบว่ามาพูดในที่ประชุมว่า ครูที่ลูกโตแล้วก็สมควรให้มาโรงเรียนเร็วขึ้น แต่ว่าแฟนนั้นไปโรงเรียนปกติ 7 โมงครึ่ง ไม่เกิน 8 โมง แฟนก็ไปเวลานี้เป็นประจำโดนแต่กลับโดนตำหนิในที่ประชุม แฟนก็เลยมาบอกผม แล้ว ผอ. ก็พูดที่ประชุมว่าครูคนไหนที่มีลูกเล็กก็อนุโลมให้มาโรงเรียนสายได้ แต่ตามหลักราชการแล้วคือคุณไม่มีสิทธิตรงนั้นให้มาโรงเรียนสายได้ ผมก็เลยสงสารแฟนก็เลยพยายามเก็บหลักฐาน โดยการถ่ายรูปครูท่านอื่นที่มาโรงเรียนสายเพื่อจะส่งหลักฐานไปทางเขตการศึกษา ตอนนั้นไปถ่ายช่วงเวลา 08.20 น. รถผอ.เพิ่งจะมาถึง 8 โมงกว่าๆ ส่วนรถครูอีกท่านพึ่งจะถึงโรงเรียน
ตนได้เข้าไปถ่ายรูป 2 วัน วันแรกผู้ใหญ่บ้านเข้ามาเตือนเข้ามาสอบถามมาจอดรถทำอะไรผมก็บอกว่ามาถ่ายรูปแกก็เดินกลับไปก็ไม่มีปัญหาอะไรครับก็มาวันรุ่งขึ้นแกเดินเข้ามาบอกแฟนว่าผอเข้าไปแจ้งความนะที่ผมมาถ่ายรูป ผมก็บอกว่าเป็นสิทธิของเขาที่จะไปแจ้งความเพราะผมก็ทำตามหน้าที่ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวช่วงกลางวันผู้ใหญ่บ้านเดินเข้าไปคุยกับแฟนในโรงเรียน
คุยทั้ง 2 กลุ่มคือว่าต่างคนต่างไม่ยุ่งกันแฟนผมก็ไม่ยุ่งกับครูในโรงเรียน วันที่ 2 นั้นตอนเช้าผมก็ไปส่งรับแฟนปกติไม่มีเหตุการณ์อะไรก็ไม่ได้ไปถ่ายรูปอะไรตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้านมาเตือนวันนั้นผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาไม่พอใจอะไรผมผมขับรถมาจากหน้าปากซอยโรงเรียนผมก็ขับรถสูบบุหรี่เปิดกระจกมาแล้วผมก็ทิ้งก้นบุหรี่ก่อนที่จะถึงโรงเรียนเพื่อว่าเราเข้าเขตโรงเรียนเราก็ต้องทิ้ง
จากนั้นผู้ใหญ่บ้านได้มาปิดประตูตอนผมเข้าไปรับแฟนเสร็จผมก็ขับรถออกมาแต่ว่าผู้ใหญ่บ้านนั้นมาปิดประตูโรงเรียนไม่ให้ผมออกและก็มาพยายามค้นรถโต้เถียงกันเขาก็ถามว่าเออมึงเปิดกระจกทำไมมองหน้ากูทำไมผมบอกว่าผมเปิดผมดูดบุหรี่มาแล้วผมก็ทิ้งก้นบุหรี่แล้วผมก็บอกว่าให้แกไปดูหลักฐานเร็วมีก้นบุหรี่อยู่แล้วแกบอกว่าแล้วดูดบุหรี่แล้วเปิดกระจกหาจุดจุดจุดผมก็เลยโต้เถียงว่าคนดูดบุหรี่จะให้ปิดกระจกดูดบุหรี่ในรถเหรอก็เลยมีปากเสียงกันเรื่อยๆขึ้นมาจนมีผู้ชายบุคคลที่ 1 2 3เดินตามเข้ามาแฟนห้ามไว้ว่าอย่าๆๆแต่เขาก็พยายามจะบุกเข้ามาแต่ที่เขาพูดจาข่มขู่พูดมึงกูพูดว่ามึงจะเอาข้อกฎหมายส่วนไหนกับกูพอออกจากโรงเรียนได้ผมก็รีบไปแจ้งความที่โรงพักสะเดาเมื่อวันที่ 23-27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา วันแรกที่ไปถึงก็ลงบันทึกประจำวันไว้ที่โรงพักแล้วก็เข้าไปเจรจาไดล่เกลี่ยที่อำเภอ วันนั้นก็ไปจับมือเลิกราไม่ยุ่งเกี่ยวกัน วันก่อนก็ไปติดต่อที่อำเภอแล้วเขาก็เรียกเข้าไปไกล่เกลี่ยไปคุยกัน ตัวผู้ใหญ่บ้านเองก็ไม่ยอมรับหลักฐานตรงที่ผมมี หลังจากวันที่ไปไกล่เกลี่ยที่อำเภอจก็บ
ตั้งแต่เดือนมกราคม จนมาถึงวันที่ 8 มิถุนายน ทางผู้ใหญ่บ้านติดต่อไปทางเทศบาลที่แฟนสาวเข้าไปทำงานที่ใหม่ ว่า ‘ไปรับผู้หญิงคนนี้เข้ามาทำงานที่นี่ทำไม’ ซึ่งช่วงเจรจาไกล่เกลี่ยผู้ใหญ่บ้านก็ได้รับปากกับผู้ใหญ่เป็นคนกลางที่เข้าเคลียแล้วว่า แกจบ แต่สรุปกลับไม่จบ ก็อยากให้สื่อนั้นเป็นตัวกลางดูพฤติกรรมว่าของใครที่มันถูก คือผมอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ผมก็เกรงกลัวอิทธิพลเพราะว่าแกก็ข่มขู่ว่า ‘มึงจะเอานอกกฎหมาย หรือ ในกฎหมายกับกู’ สุดท้ายคือผมก็อยากทำงานของผมให้มันราบรื่นไม่มีปัญหากับใครถ้าหากว่าต่างคนต่างอยู่ปัญหามันก็จะไม่เกิดขึ้น
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ปรากฎว่าผู้ใหญ่บ้านติดภารกิจอยู่ด้านนอกตอนนี้ยังไม่สะดวกคุย


พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา