ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

คืบหน้า เจ้าของร้านดอกไม้สะเดาร้องสื่อหวั่นไม่ปลอดภัย หลังโดนกลุ่มอิทธิพลผู้ใหญ่บ้าน

คืบหน้า เจ้าของร้านดอกไม้สะเดาร้องสื่อหวั่นไม่ปลอดภัย หลังโดนกลุ่มอิทธิพลผู้ใหญ่บ้าน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนบ้านหน่ำฮั้ว หมู่ 3 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบ นายปรัชญศักดิ์ วิสุทธกุลพันธ์ หรือ ผู้ใหญ่เอ๋ อายุ 44 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ซึ่งเป็นคนในคลิป ก่อนจะเชิญ นางธนิยา เบ็ญหะหลี อายุ 50 ปี ผอ.โรงเรียนบ้านหน่ำฮั้ว และ นางสาวสุภาพร ช่างพูด หรือ ครูขวัญ อายุ 45 ปี (อดีตเมียอดีตเพื่อนสนิทครูจูน) พร้อมนำหลักฐานต่างๆมาให้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบ ว่า สาเหตุมาจากนายอภิเดชมีการคุกคาม ครูและ ผอ.

 
จากการสอบถาม นายปรัชญศักดิ์ วิสุทธกุลพันธ์ หรือ ผู้ใหญ่เอ๋ อายุ 44 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็ได้เล่าว่า ตนก็ได้ตั้งกลุ่มขึ้นมากลุ่มหนึ่งกลุ่มเฉพาะกิจแล้วก็ตั้งด่านในโรงเรียนกลัวจะมีเหตุการณ์ในโรงเรียนนะครับซึ่งมันมีเด็กนักเรียนอยู่ครับได้รับแจ้งจากทางผอ. นะครับว่านายคนนี้มันมาดักซุ่มอยู่แถวหน้าโรงเรียนน่าสงสัยครับก็ได้กับผู้ช่วยสกัดรถของผู้ชายผมก็ได้เดินไปถามรอบนึงแล้วเขาก็มาจอดรถเฉยๆพอผ่านไปสัก 1 วันก็ได้ตั้งด่านตอนเช้ายังมีรถวนเวียนอยู่ครับก็เลยชวนผู้ช่วย-ไ-ปทำการโบกรถและขออนุญาตตรวจค้นนะครับแล้วถึงได้มีปากเสียงอย่างที่เห็นในคลิปเลยครับโต้เถียงกันก็คือด้วยความที่ว่าเขาไม่เคยลงกระจกหันมามองผมเป็นคนพูดครับยอมรับเลยว่าหลุดมีปากเสียงอย่างเดียวและก็มีได้ห้ามเพื่อนด้วยครับผมไปแค่สองคนนะครับอีก 2 คนนั้นเหมือนได้ยินเสียงก็มีมาบ้างผมก็ห้ามไม่ใช่เป็นการปะทะคารมครับเป็นการพูดคุยกันก็มารับมารับครูที่โรงเรียนนะครับมันเป็นเรื่องของผู้หญิงกับผู้หญิงภายในโรงเรียนอะไรแบบนี้ชู้สาวนะครับน่าจะประมาณอย่างนั้นล่ะครับจึงจะเล่นงานครูที่มาสายวันนั้นเขาก็ได้อ้างลองเขตด้วยครับเพราะว่าลองเขตเป็นคนสั่งมาที่ทางผอ. แกแจ้งมาด้วยความที่ว่าผมเป็นผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านนี้ซึ่งเห็นแล้วว่ามีความรู้สึกไม่ปลอดภัยแกได้ไปแจ้งความก่อนนะครับแล้วเอาใบแจ้งความมาให้ผมดูด้วยครับผมก็ทำตามหน้าที่แต่วันนั้นก็ยอมรับว่าหลุดครับแล้วก็ทางอำเภอก็ทางปลัดก็ได้โทรมาถามและก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนในเรื่องของคำพูดเสร็จปั๊บก็ในวันประชุมสัญจรก็ได้เรียกกำนันผมปลัดก็นั่งรวมกันและก็ได้คุยแล้วก็ว่ากล่าวตักเตือนในเรื่องของคำพูดหลังจากนั้นก็แจ้งศูนย์ดำรงธรรมศูนย์ดำรงธรรมก็เรียกไปไกล่เกลี่ยแล้วก็ไก่แก่ก็จบครับไม่มีอะไรก็จับมือกันแล้วก็ต่างไปต่างจบผมได้รับเรื่องมาจากทางของครูธุรการเขาโทรหาผมว่าได้รู้จักกับท่านนายกไหมของเทศบาลสะเดาครับผมก็บอกว่ารู้จักกันแล้วว่าครูคนนี้ไปสอนในเทศบาล 3 ได้อย่างไรครูคนนี้ก็เลยว่าจะขอคุยโดยที่ว่ายังไม่ทำหนังสืออะไรขอคุยผมก็ได้ประสานทางนายกว่าให้นัดวันนายกก นัดวันปั๊บแล้วก็ให้เขาไปคุยกันแล้วสายที่ 2 ที่ผมโทรหาเขาก็คือเนี่ยเขากำลังไปนะครับแค่นั้นจริงๆเลยครับไม่ได้ไปนั่งเลยไม่ได้อะไรเลยผมแค่โทรไปประสานก็คือไม่อยากจะให้ถึงขั้นทำหนังสือด้วยความที่รู้จักกันก็คุยกันปกติแค่โทรไปเท่านั้นเองครับ


ทางด้าน นางสาวสุภาพร ช่างพูด หรือ ครูขวัญ อายุ 45 ปี (อดีตเมียอดีตเพื่อนสนิทครูจูน) ธุรการโรงเรียนบ้านหน่ำฮั้ว เปิดเผยว่า ตนเองเป็นภรรยาเก่าก่อนหน้านี้ที่เป็นเรื่องก็คือมีเหตุชู้สาวขึ้นกับเพื่อนสนิทคือหนูเป็นธุรการและครูคนนั้นก็อยู่ในโรงเรียนเดียวกันนี่ล่ะค่ะแล้วก็เป็นเพื่อนสนิทกันก็สนิทกันมากค่ะไม่รู้เลยว่าเขาแอบติดต่อคุยกันแบบชู้สาวกันตอนไหนแบบไปมาหาสู่ด้วยกันตลอดไปเที่ยวไปอะไรอย่างนี้ก็ไปด้วยกันด้วยความที่สนิทมีอะไรจะปรึกษาเพื่อนคนนี้ตลอดแล้วเราก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นน่ะค่ะตอนไปปี 67พอทราบว่าเขาเริ่มเป็นแบบนี้กันก็เลยแจ้งกับผอ. ก่อนเลยว่าเกิดเหตุอย่างนี้แล้วผอก็ได้เรียกเขาทั้งสองคนมามาคุยกันมาตักเตือนมาเหมือนกับว่ามาเคลียร์กันแต่ว่าเขาก็ไม่ยอมรับว่าเขาทำผิดคือเขาประมาณว่าเขาไม่ได้ผิดไม่จริงเหตุการณ์ที่หนูบอกนั้นไม่จริงประมาณนั้นน่ะค่ะทีนี้ผอ. ก็แจ้งไปยังสำนักงานเขตที่ผอ. เขตว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วทีนี้ทางเขตต้องสีบมาเขาก็สืบจนมีมูลค่ะพอเขาจนมีมูลปั๊บเขาก็เลยตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงเลยค่ะตอนนั้นแล้วในช่วงระหว่างนั้นคือเขตใช้ระยะเวลานานมากคือเรามีเหตุการณ์อย่างนี้ตลอดเพราะว่าผู้ชายเขาไม่ยอมเหมือนเขาจะเล่นเราน่ะค่ะจดเรียบร้อยค่ะมีลูกด้วยกัน 2 คนลูกอยู่อนุบาล 2 กับ 3 ค่ะพอทราบเรื่องเขาไม่กลับบ้านเขาจะอยู่ที่ร้านดอกไม้ปกติเขาจะกลับมานอนที่บ้านบ้านหนูอยู่ห้วยครูค่ะแล้วก็ร้านนั้นก็เปิดใหม่ด้วยกันค่ะตั้งแต่เริ่มต้นพอเกิดเรื่องปั๊บเขาบอกว่าถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็แยกกันอยู่ก่อนให้ตัวเองอารมณ์ดีขึ้นอะไรปานนี้แต่ว่าในช่วงระหว่างนั้นก็เก็บหลักฐานด้วยค่ะเรื่อยๆจนเราได้หลักฐานครบที่ว่าเราจะฟ้องศาลได้ละทีนี้หนูก็เลยไปฟ้องศาลก่อนคือตอนนั้นอยากให้จบเรื่องอย่างเดียวเพราะว่าเขาจะไปวุ่นวายกับลูกลูกไม่ได้เรียนเพราะว่าเขาจะไปก่อกวนที่ครูที่โรงเรียน เรื่องวินัยอันนั้นคือตัวหลักเรื่องศาลนั้นตอนนั้นก็ดำเนินการพร้อมกันศาลกลับกับวินัยทีนี้ศาลตัดสินแล้วว่าเขาเป็นชู้กันจริงๆหมายศาลออกเรียบร้อยวินัยทางเขตมันช้ายังไม่ออกทีนี้เขาก็กลัวว่าแฟนเขาต้องโดนไล่ออกจากราชการเขาก็เลยมาเนี่ยค่ะคนรอบข้างต้องมาโดนด้วยค่ะเออเรื่องมาสายไม่ใช่ประเด็นนะคะรู้สึกว่าไม่ได้เป็นประเด็นตรงนี้แต่ว่าเขาต้องการจะเล่นให้เราโดนไล่ออกด้วยคือเวลาเขามามันจะมีเหตุการณ์ตลอดเราก็กลัวผอก็กลัวแบบเขามีการข่มขู่ผอด้วยค่ะเขาส่ง LINE มาขู่ผอ. ค่ะส่งไลน์มาขู่เดี๋ยวเจอกันอะไรประมาณนี้คือผอเป็นคนดำเนินการเรื่องวินัยคล้ายๆกับว่าเขาพุ่งเป้ามาตรงนี้ตอนแรกเป็นสำนักงานเขตเขาก็จะมุ่งไปที่เขตเขาจะโพสต์เรื่อยๆค่ะประมาณว่าเขต 3 สาวอะไรประมาณนี้ค่ะเล่นหนูไปส่งเขตว่าหนูมาสายต้องไล่หนูออกด้วยอะไรประมาณนี้ค่ะเพราะเขาเล่นอย่างอื่นไม่ได้แล้วเพราะหมายศาลมันชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาผิดแล้วทีนี้ที่ได้เริ่มต้นเรื่องผู้ใหญ่รอบ 2 เพราะว่ามีโรงเรียน ท 3ได้แสดงความยินดีว่าเขาไปทำงานถึงเราก็เลยถึงเราก็ว่าเอ๊ะเทศบาลรับคนทำไมไม่เช็คด้วยว่าคนคนนี้นั้นที่ลาออกไปเขาผิดวินัยนะคะคือเขากำลังสอบวินัยอยู่เพราะเขาอยู่อ่ะผอครูรอบข้างที่อยู่ในโรงเรียนก็จะมีปัญหาหมดเลยเขามาก่อกวนค่ะแจ้งแนวทางให้ว่าไปช่วยราชการดีไหมประมาณนี้ค่ะแต่ว่าเขาไม่ประสงค์จะช่วยราชการค่ะเขาประสงค์จะลาออกแต่ว่าในใบลาออกก็ระบุอยู่ว่าอยู่ในช่วงที่สอบวินัยอยู่เขาเข้าใจว่าผู้ใหญ่เป็นคนจัดการให้ไปฟ้องร้องที่เทศบาลจริงๆไม่เกี่ยวกับผู้ใหญ่เลยค่ะหนูไปเองค่ะไม่เกี่ยวกับผู้ใหญ่บ้านเลยผู้ใหญ่บ้านแค่โทรหานายกว่าเขาต้องการจะเจอนายกได้วันไหนประมาณนี้ค่ะนายกก็แค่บอกว่าวันนี้เวลานี้เราก็เดินทางไปด้วยตัวเองค่ะเพราะว่ามันไม่ใช่คุณผิดวินัยอยู่คุณอยู่ในขั้นสอบวินัยอยู่คุณไม่สามารถที่จะไปทำตรงนั้นได้และปรึกษากับนิติกรของเขตด้วยค่ะจะไปแจ้งพฤติกรรมน่ะค่ะประมาณว่าเขาติดอันนี้อยู่นะ


ทางด้าน นางธนิยา เบ็ญหะหลี อายุ 50 ปี ผอ.โรงเรียนบ้านหน่ำฮั้ว เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเหตุเกิดช่วง ลอยกระทงเมื่อปี 2567 ครูขวัญโทรมาหาตน และบอกว่าแฟนตนเองได้มีชู้กับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และคนที่ร้องกับคนโดนร้องเป็นบุคลากรของโรงเรียนทั้งสองคน พอซักพักครูขวัญก็โทรกลับมาบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดว่าไม่ใช่เป็นชู้กัน ต่อมาครูขวัญได้เจอหลักฐานเป็นแชทข้อความที่มีการหลุดออกมาซึ่งเป็นแชตระหว่างครูจูนและนายอภิเดชซึ่งเป็นแฟนของตนเอง ซึ่งทั้งคู่ได้แอบคบกันมาประมาณ2-3 เดือนแล้ว พอเรื่องดังกล่าวเป็นแบบนั้น ตนได้เรียกครูคนดังกล่าวมาทำการพูดคุยและถามว่าเป็นอย่างที่ครูขวัญร้องเรียนเข้ามาไหม ซึ่งคุณจูนบอกว่าติดต่อกับนายอภิเดชในเรื่องการยืมเงินปกติเท่านั้น ผอ. ก็เลยเสนอไปเวลาจะยืม คืนเงินให้คืนเงินผ่าน ผอ. แล้วกัน เพื่อทั้งคู่จะได้ไม่ข้องเกี่ยวกัน ก่อนที่จะเชิญทั้งสามคนมาตกลงเจรจาไกล่เกลี่ยกัน ก่อนที่ตนได้ปรึกษาทางนิติกรของสำนักงานเขต ว่าเรื่องดังกล่าวควรทำอย่างไรดี ซึ่งทางครูขวัญฝ่ายธุรการได้ร้องเรียนมาแล้ว ถ้าหากตนทำเฉย ไม่ดำเนินการทำอะไรซักอย่าง ผอ. ต้องโดนโทษและสอบสวนแน่นอน เพราะในระเบียบการของ พ.ร.บ. การศึกษา ระบุไว้ว่าถ้ามีเหตุการณ์เรื่องชู้สาวแบบนี้เกิดขึ้น หรือ หากสืบทราบว่ามีมูล ทางผู้บังคับบัญชาจะต้องดำเนินการสอบสวนทันที ตนจึงได้ปรึกษาฝ่ายนิติกรของการศึกษาเขต และให้ทางนิติกรเขตลงมาช่วยในการดำเนินการ ตามกระบวนการของเค้า ในช่วงระหว่างส่งเรื่องไปที่การศึกษาเขตเพื่อรอสรุป ซึ่งตอนนั้น ก็เกิดเรื่องวุ่นวาย และมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเยอะมากของฝ่ายชายที่เป็นอดีตแฟนของครูขวัญซึ่งได้มีการคุกคามส่งข้อความมาทางแชทข้อความส่วนตัวของ ผอ. ว่า ‘ผอ.ลำเอียง แบบนู้น แบบนี้ ไม่รู้ข้อมูลจริง ไม่รู้‘ หลักฐานทุกอย่างที่ทางครูขวัญตามเก็บข้อมูลมานั้นที่การศึกษาเขตกำลังสอบสวนนั้นในตอนนั้น ทาง ผอ. เห็นเกือบหมดแล้วแต่เพียงแค่ว่าผอ.ไม่นำออกมาพูดเท่านั้น จากนั้นก็ได้เรียกครูจูนมาสอบถามรอบที่สอง ทางครูจูนก็ยังปฏิเสธไม่ยอมรับไม่ยอมอธิบายอะไร


ต่อมานายอภิเดชได้มาส่งครูจูนที่โรงเรียนและนายอภิเดชเห็น ผอ.ขับรถยนต์ออกมาพอดีก็ได้เริ่มคุกคาม ผอ. โดยการขับรถยนต์เปิดไฟไล่จี้ตามหลัง ผอ.มา ซึ่งวันนั้นตนเองตกใจมากที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งตนเป็นผู้หญิงเพราะไม่รู้ว่าเค้ามีเจตนาต้องการอะไร จากนั้นตนได้โทรศัพท์หาแฟน แฟนก็บอกว่าให้โทรศัพท์หาสำนักงานเขต รับทราบเรื่องสำนักงานเขตก็ได้ให้ตนไปแจ้งความเพื่อความปลอดภัย ส่วนอีกการหนึ่งนาสอภิเดช ได้มาจอดซุ่มอยู่ตรงข้ามหน้าโรงเรียน ซึ่งตอนนั้นคาดว่าเหมือนกับนายอภิเดชมาจอดขู่ให้ตนเลิกยุ่งเรื่องนี้ซะ ไม่ต้องมายุ่ง นายอภิเดชทราบว่า คุณครูท่านใดมายุ่งเรื่องนี้ก็จะคอยคุกคามทุกคนที่เข้ามายุ่ง
จากนั้นหลังเค้าแจ้งความได้นำใบแจ้งความส่งกับผู้ใหญ่บ้านเพื่อดูแลความปลอดภัยนักเรียนและคุณครู เพราะที่โรงเรียนยังมีนักเรียนและคุณครูอยู่อีกหลายคนถ้าหากเกิดเหตุเหตุการณ์อะไรขึ้นมาตนก็รับผิดชอบไม่ไหว เพราะตนไม่รู้ว่า นายอภิเดช ได้พกพาอาวุธมาหรือไม่เพราะไม่รู้ว่าเค้าต้องการอะไร เพื่อความปลอดภัยก็เลยดำเนินการเข้าแจ้งความ ต่อมาทางสำนักงานเขตก็เลยเสนอให้คุณครูที่มีปัญหาย้ายไปช่วยราชการ เพื่อต้องการให้ครูขวัญและครูจูนแยกกันอยู่ จากนั้นผอ.ก็รอเซ็นให้ครูจูนย้ายไปช่วยราชการ ซึ่งวันแรกทางครูจูนก็เซ็นย้ายราชการแต่ต่อมากับยื่นเซ็นใบลาออกแทน
ซึ่งระหว่างนั้นครูขวัญได้เดินทางไปที่เทศบาลสะเดาเพื่อดำเนินการเข้าพบนายกฯ ว่า ทางเทศบาลได้รับครูจูนเข้ามาทำงานได้อย่างไรเนื่องจากขณะนี้คดีและโทษอยู่ระหว่างรอสรุปผลสอบวินัยร้ายแรงอยู่จากสำนักงานเขตการศึกษา ซึ่งในใบลาออกมีข้อความระบุแนบท้ายอยู่บุคคลคนนี้ยังอยู่ระหว่างสอบสวนวินัยร้ายแรงอยู่
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้มีการติดต่อไปทาง นายวัชชพล ปริสุทธิ์กุล นายกเทศบาลสะเดา และสอบถามเหตุดังกล่าวว่าจะมีการแก้ไขและดำเนินการอย่างไรบ้าง เบื้องต้นได้เปิดเผยว่า จริงๆตนเองไม่ทราบรายละเอียดเรื่องที่ผ่านมา เรื่องในโซเชียลหรือคลิปต่างๆก็เพิ่งเห็นเมื่อเร็วๆนี้ รวมถึงคลิปที่มีปัญหากับผู้ใหญ่บ้าน ทั้งนี้อดีตภรรยาของคนขายดอกไม้ได้เดินทางมาพบตนเองจริง เหมือนจะมากับพี่ชายเค้า ผู้ใหญ่บ้านไม่เกี่ยวอะไร ซึ่งก็นั่งฟังเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของโรงเรียนแม้ตนเองจะเป็นผู้ควบคุมดูเเลก็ตาม แต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ในส่วนของครูที่มีปัญหามีการรับเข้ามาเพราะขาดอยู่ หรือครูขาดอยู่ ทั้งนี้หากทางต้นสังกัดมีคำสั่งออกมา หรือเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพเราก็จะพิจารณากันอีกที


พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา