ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ไวยาวัจกรวัดร่มโพธิธรรม ร้อง กมธ.ศาสนาฯ ขอความเป็นธรรมปมพิพาทที่ดิน ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการศาสนา เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ไวยาวัจกรวัดร่มโพธิธรรม ร้อง กมธ.ศาสนาฯ ขอความเป็นธรรมปมพิพาทที่ดิน ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการศาสนา เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อเวลา 14.30 นาฬิกา วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกมธ.การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และคณะ พร้อมด้วย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ (ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร) รับหนังสือจาก นายพีระพงศ์ ทิพโกมุท ไวยาวัจกรวัดร่มโพธิธรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้คณะกมธ.เร่งดำเนินการกรณีวัดร่มโพธิธรรม จังหวัดเลย ก่อนการบังคับคดี
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ได้นำกำลังและรถแบคโฮ รถแทร็กเตอร์ เตรียมเข้าบังคับคดีและรื้อถอนวัดร่มโพธิธรรม จังหวัดเลย ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา จนสร้างความสะเทือนใจและไม่สบายใจแก่พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศนั้น ทางวัดร่มโพธิธรรมขอยืนยันว่า ทางวัดน้อมรับและเคารพต่อคำพิพากษาของศาลฎีกาทุกประการ อย่างไรก็ตาม ทางวัดมีความจำเป็นต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากในกระบวนการพิจารณาคดีที่ผ่านมา มีการปิดบังข้อเท็จจริงและพยานเอกสารสำคัญอันเป็นสาระแห่งคดี


วัดร่มโพธิธรรมได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยมีหลักฐานสำคัญคือ มติที่ประชุมเมื่อปี พ.ศ. 2552 ในสมัยที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมการจากหลายภาคส่วน ทั้งกรมศาสนา กรมป่าไม้ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมกว่า 22 คน ได้มีมติรับรองให้วัดในจังหวัดเลย จำนวน 133 แห่ง เป็นวัดที่อยู่นอกเขตป่าไม้ ซึ่งวัดร่มโพธิธรรมอยู่ในลำดับที่ 118 โดยได้รับการกันพื้นที่ออกจากเขตป่าเสื่อมโทรมและเขต ส.ป.ก. จำนวนกว่า 600 ไร่ ทว่าในชั้นการพิจารณาของศาลชั้นต้น เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ในยุคนั้นกลับมีเจตนาไม่นำเสนอเอกสารสำคัญฉบับนี้เข้าสู่สำนวนคดี ทำให้ทางวัดขาดพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความจริง แม้ในเวลาต่อมาจะมีข้าราชการกรมป่าไม้ที่ละอายต่อบาปนำเอกสารดังกล่าวมามอบให้แก่วัด แต่ก็ล่วงเลยขั้นตอนทางกฎหมายไปแล้ว ส่งผลให้เอกสารชิ้นนี้กลายเป็นพยานหลักฐานที่อยู่นอกสำนวนคดี ด้วยเหตุนี้ จึงได้นำเรื่องทั้งหมดเข้ายื่นร้องเรียนต่อ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เพื่อใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ในการทวงคืนความยุติธรรม โดยทางวัดร่มโพธิธรรมมีข้อเรียกร้องสำคัญเพียงประการเดียว คือ ขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กรมป่าไม้ ส.ป.ก. กรมที่ดิน และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ บูรณาการร่วมกันเพื่อลงพื้นที่พิสูจน์ทราบแนวเขตที่ดิน 600 ไร่ของวัดที่เคยได้รับการสำรวจและกันออกจากพื้นที่ป่าไม้ไปแล้ว โดยขอให้ใช้หลักหมุดและพิกัดสากลที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าพื้นที่พิพาทที่เจ้าหน้าที่มาติดประกาศบังคับคดีนั้น ทับซ้อนหรือตั้งอยู่บริเวณใดของพื้นที่ 600 ไร่ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความกระจ่างแจ้งและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง


นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า คณะกมธ.จะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและหาข้อเท็จจริงให้กับทางวัด โดยจะนำเข้าสู่วาระการประชุมของคณะ กมธ. และเร่งตรวจสอบดำเนินต่อไป ด้านนายกรณ์ มีดี กมธ.การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กล่าวว่า ได้รับการประสานเรื่องดังกล่าวและพร้อมที่จะเข้าไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายสุรทิน พิจารณ์ กล่าวเสริมว่า ได้มีโอกาสหารือกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยต่อยอดจากความสำเร็จที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ทับลาน จนเป็นที่ยุติและสร้างความสุขให้แก่ประชาชนมาแล้ว สำหรับกรณีข้อพิพาทของวัดร่มโพธิธรรมนั้น รมว.ทส. ซึ่งติดภารกิจราชการที่จังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้ตนเป็นตัวแทนในการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
โดย นายสุรทิน ได้กล่าวย้ำถึงจุดยืนในฐานะพุทธศาสนิกชนที่เติบโตและมีความผูกพันกับการเป็นเด็กวัดมาตั้งแต่เยาว์วัยว่า ตนมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมที่จะธำรงรักษาและปกป้องพระพุทธศาสนา เพื่อให้วัดร่มโพธิธรรมสามารถดำรงอยู่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนต่อไปได้
ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ จะเดินทางลงพื้นที่วัดร่มโพธิธรรม จังหวัดเลย เพื่อสำรวจสภาพพื้นที่จริงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน และภายหลังจากการลงพื้นที่ จะมีการรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะทั้งหมด เพื่อนำกราบเรียนรายงานต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รมว.ทส.ในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไปขอยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้ ขอให้ญาติธรรมและพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วประเทศ คลายความกังวลใจ และเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายกำลังเร่งดำเนินการเพื่อหาทางออกที่ยุติธรรมที่สุดให้แก่วัดร่มโพธิธรรม


เครดิตภาพ : ณชนก
#สำนักประชาสัมพันธ์ #สำนักสารสนเทศ #สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร #สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
#สภาผู้แทนราษฎร #รัฐสภา #ประชาธิปไตย #parliament #democracy