ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

​ช็อกโลก! สัญญาณมรณะเปลือกโลกเดือดทะลุพิกัด ทั่วโลกตื่นตระหนก “ซูเปอร์เอลนีโญ” ถล่มไทยเร็วกว่าคาด น้ำใต้ดินหายวับใน 7 วัน!

​ช็อกโลก! สัญญาณมรณะเปลือกโลกเดือดทะลุพิกัด ทั่วโลกตื่นตระหนก “ซูเปอร์เอลนีโญ” ถล่มไทยเร็วกว่าคาด น้ำใต้ดินหายวับใน 7 วัน!

ชุมพร โลกกำลังเผชิญหน้ากับความผันผวนทางสภาพภูมิอากาศครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ล่าสุดเกิดสัญญาณเตือนภัยพิบัติระดับโลกขึ้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย เมื่อสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพรเปิดเผยข้อมูลทางเทคโนโลยีขั้นสูงที่ชี้ชัดว่า “เปลือกโลกเริ่มแผ่รังสีความร้อน” อย่างผิดปกติมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ส่งผลให้น้ำในบ่อกักเก็บธรรมชาติเหือดแห้งหายไปอย่างน่าอัศจรรย์และน่าสะพรึงกลัว เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าของการเข้าสู่สภาวะมหาภัยแล้ง “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่จะลากยาวต่อเนื่องไปอีก 3-4 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจกลายเป็นวิกฤตความมั่นคงทางอาหารและน้ำระดับภูมิภาค



​เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 นายพิเชษฐ์ เทศรัตน์ กำนันตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร ได้ออกมาแถลงด่วนต่อสภาเกษตรกรจังหวัด เตือนถึงสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการล่มสลายของระบบเกษตรกรรม โดยระบุว่า จากการประเมินด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและการตรวจวัดสภาพอากาศชั้นสูง พบว่าปริมาณฝนในพื้นที่ลดฮวบลงอย่างมีนัยสำคัญ และที่น่าตกใจที่สุดคือปรากฏการณ์ “เปลือกโลกเดือด” หรืออุณหภูมิผิวคราบดินที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้น้ำใต้ดินและน้ำในบ่อเก็บกักระเหยตัวหายไปอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

​”ตามวัฏจักรธรรมชาติในเดือนเมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน พื้นที่ภาคใต้ต้องมีพายุพัดผ่านอย่างน้อยหนึ่งถึงสองลูก น้ำในลำคลองต้องเอ่อไหล และน้ำในบ่อต้องเต็มเปี่ยม แต่ปีนี้สถานการณ์กลับตาลปัตร น้ำในบ่อแห้งลงไปอย่างน่าใจหาย จากการประเมินทางเทคโนโลยีพบว่า ในเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคมนี้ แม้จะมีฝนตกลงมาบ้าง แต่จะเป็นเพียง ‘ฝนปรอย’ ที่ไร้ปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างหรือแหล่งกักเก็บ นับเป็นสถานการณ์มหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าทุกปีที่ผ่านมา

​”ขนาดปีที่แล้วน้ำเต็มบ่อเรายังแทบเอาตัวไม่รอด ถ้าปีนี้น้ำในบ่อเหลือแค่ 60-70% ตั้งแต่ต้นฤดู ผมบอกได้คำเดียวว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหญ่หลวง เกษตรกรต้องรีบสูบน้ำจากทุกลำห้วยขึ้นมาสำรองไว้ และหน่วยงานรัฐต้องมีแผนเผชิญเหตุเตรียมแก้ปัญหาอย่างไร !” นายพิเชษฐ์ กล่าว

​ นอกจากนี้ได้มีสมาชิกสภาเกษตร อำเภอท่าแซะ เขต 3 ได้นำเสนอการจัดทำแผนน้ำทั้งระบบของจังหวัดชุมพร โดยให้สำรวจแหล่งน้ำที่มีขนาดใหญ่เช่นคลองท่าแซะ คลองพะโต๊ะ หรือ อีกหลายๆลำคลองที่เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน หมู่บ้านตำบล โดยจัดทำเป็นโครงการ 1 ตำบล 1 ฝายประตูระบายน้ำ เหมือนประตูระบายน้ำของคุริง อำเภอท่าแซะ เพื่อที่จะเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง และตั้งอาคารอัดน้ำส่งไปตามท่อหรือคลองขนาดเล็ก คลองไส้ไก่ให้กับประชาชนทั้ง 2 ข้างฝั่งคลอง อีกทั้งประตูน้ำดังกล่าวยังสามารถใช้ชะลอน้ำเป็นช่วงๆเพื่อที่จะไม่ให้น้ำป่าไหลลงมาท่วมตัวเมืองชุมพรได้

นายสุรินทร์ ทองน้อย สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร อำเภอหลังสวนได้สอบถามความคืบหน้าโครงการขุดลอกบริเวณปากคลองจมูกโค้งตำบลบางมะพร้าว อำเภอหลังสวน ซึ่งเป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ ออกสู่ทะเลอ่าวไทย เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ตำบลผ้อแดง ตำบลนางพญา หากสามารถ ดำเนินการขุดลอกและติดตั้งประตูระบายน้ำได้จะสามารถเก็บน้ำได้ 7.80 ล้านลูกบาศก์เมตร และ เป็น แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคในอำเภอหลังสวนได้อย่างไร แต่สาเหตุที่โครงการไม่สามารถดำเนินต่อไปได้นั้นทราบว่า มีเจ้าของที่ดินอยู่ 2 ราย คัดค้านไม่อนุญาตให้ขุดลอกผ่านพื้นที่ จึงต้องการให้ชลประทานออกแบบเบี่ยงเส้นทางขุดลอกแนวใหม่ เพื่อที่จะสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้

สำหรับความคิบหน้าโครงการก่อสร้างฝ่ายทับอินทนิล หมู่ที่ 10 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ สำนักงานชลประทานที่ 14 แจ้งว่า อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาสำรวจพื้นที่ ออกแบบ และ การขอใช้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพรด้านทิศเหนือ(ตอนล่าง) โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแย หมู่ที่ 14 ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะ ที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาสำรวจพื้นที่และออกแบบ ฝายอาบน้ำช้าง ฝายคลองน้ำชู และฝายทุ่งยอ ตำบลชุมโคอำเภอปะทิว อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาสำรวจพื้นที่

นายธีรศักดิ์ ยมสวัสดิ์ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ด้วยสภาพภูมิประเทศของจังหวัดชุมพรโชคดีมาก เพราะมีคลอง มีแม่น้ำ อยู่ทุกอำเภอ ที่ไหลลงจากเทือกเขาสู่ทะเล แต่เราไม่ได้ดำเนินการ จัดสร้างประตูระบายน้ำหรือประตูเก็บกักน้ำไว้เป็นช่วงๆ เช่นแม่น้ำสวีที่พยายามจะผลักดันให้มีการทำข้างบน แต่กลับมีการปรับแก้ให้มาทำตอนล่าง
ซึ่งสภาเกษตรกร จะเชิญชลประทานเปิดเวทีคุยกัน เพราะสมาชิกสภาเกษตรกรมาจากการเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเป็นตัวแทนของเกษตรกร ทุกหมู่บ้านทุกตำบล หากได้ร่วมกันจัดทำแผนร่วมกับชลประทาน คิดว่า กรมชลประทานจะสามารถจัดทำโครงการได้ตรงกับความต้องการของประชาชนและสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหรือภัยแล้งได้ดี


////เอกชนะ นวนละมัย รายงาน