ตราด – กองบัญชาการกองทัพไทย นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT-TH) ลงพื้นที่ชายแดนตราด ตรวจสอบผลกระทบจากการสร้างเขื่อนดักตะกอนของภาคเอกชนกัมพูชาที่ชายแดน
ตราด กองบัญชาการกองทัพไทย นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT-TH) ลงพื้นที่ชายแดนตราด ตรวจสอบผลกระทบจากการสร้างเขื่อนดักตะกอนของภาคเอกชนกัมพูชาที่ชายแดน
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 โดย พลอากาศตรี ชิตพล ก่อกิจสัมมากุล ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand : AOT-TH) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดตราด โดยเริ่มจาการลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อตรวจสอบผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนดักตะกอนของภาคเอกชนกัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเลของประเทศไทย โดยมี นาวาโท คุณวุฒิ รุ่งรัศมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 ร่วมให้ข้อมูล จากนั้นคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (AOT-TH) ได้เดินสำรวจพื้นที่บริเวณหลักเขต 73 ที่กั้นเขตแดนไทย – กัมพูชา บริเวณบ้านหาดเล็ก รวมทั้งเขื่อนดักตะกอน ที่อยู่ใกล้เคียงกัน

จากนั้นคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (AOT-TH) ได้เดินทางไปยังศาลาราชการุณย์สภากาชาดไทย บ้านเขาล้าน เพื่อชมนิทรรศการ พร้อมวิดิโอบรรยายประวัติการก่อตั้งศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน ที่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2522 ตามพระราชเสาวนีย์ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพชาวกัมพูชา นับแสนคน ที่หนีภัยสงครามในประเทศกัมพูชาเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในประเทศไทย เป็นเวลากว่า 7 ปี โดยศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพได้ปิดศูนย์ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2529 จากนั้นคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (AOT-TH) ได้ดินทางไปยังชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 เข้ารับฟังข้อมูลเกี่ยวกับทุ่นระเบิด พร้อมทั้งตรวจดูหลักฐานทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และทุ่นระเบิดแสวงเครื่อง (IDE) ที่ทหารนาวิกโยธิน สามารถเก็บกู้ได้ตามแนวชายแดนด้านจังหวัดตราด ในช่วงวันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้รวมทั้งสิ้น 186 ทุ่น

สำหรับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหพันธรัฐมาเลเซีย และสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ รวมทั้งสิ้น 9 ราย โดยคณะฯ ได้มีโอกาสลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินสถานการณ์ตามแนวชายแดน เพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์จากพื้นที่จริง นำสู่การจัดทำรายงานที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงอย่างรอบด้านซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการเตรียมความพร้อม หากมีการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) หรือคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในอนาคตต่อไป

/ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ตราด

