ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

แม่สุดช้ำ! ยกมือไหว้วอนลูกชายคืนรถ ก่อนตัดสินใจแจ้งความจับทั้งน้ำตา ลูกมีพฤติกรรมเสพยา และทำร้ายคนในบ้านประจำ

แม่สุดช้ำ! ยกมือไหว้วอนลูกชายคืนรถ ก่อนตัดสินใจแจ้งความจับทั้งน้ำตา ลูกมีพฤติกรรมเสพยา และทำร้ายคนในบ้านประจำ

วันที่ 5 กรกฎาคม ที่ สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา บรรยากาศเป็นไปอย่างสะเทือนใจ เมื่อ น.ส.ชวรัตน์ รุจิปราชญ์ อายุ 56 ปี อาชีพค้าขาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.บุญเชิด เชิดบารมี สว.(สอบสวน) สภ.อุทัย เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายนพรัตน์ ลูกชาย หลังอ้างว่ายืมรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บว 9009 พระนครศรีอยุธยา ของครอบครัวไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ก่อนจะไม่นำรถมาคืน และไม่สามารถติดต่อได้ โดยระบุว่าลูกชายบล็อกการติดต่อทั้งทางโทรศัพท์ เฟซบุ๊ก และไลน์


ผู้เป็นแม่เปิดเผยว่า หลังจากพยายามติดตามไปยังบ้านเพื่อนของลูกชาย ก็ได้รับโทรศัพท์กลับมาจากลูกชาย ซึ่งพูดว่า “ถ้าเก่งจริงก็ตามให้เจอ” ทำให้ตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย
ระหว่างให้ข้อมูลกับสื่อ ผู้เป็นแม่ถึงกับร้องไห้ พร้อมยกมือไหว้วิงวอนผ่านสื่อ ขอให้ลูกชายนำรถมาคืน เพราะรถยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพค้าขายและส่งของ อีกทั้งยังต้องเลี้ยงดูหลานอีก 2 คน ปัจจุบันไม่มีรถใช้จนต้องยืมรถเพื่อนไปส่งของ หากไม่ได้รถคืนจะได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก พร้อมยืนยันว่า หากลูกนำรถกลับมาคืน ก็ไม่อยากเอาความ เพียงอยากให้กลับมาพูดคุยและยุติปัญหาที่เกิดขึ้น
ผู้เป็นแม่ยังกล่าวอ้างว่า ลูกชายมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็มักมีอาการคลุ้มคลั่ง โวยวาย และใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัว เคยทุบทำลายทรัพย์สิน รวมถึงข่มขู่และทำร้ายร่างกายคนในบ้านหลายครั้ง ทำให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง อีกทั้งยังไม่ประกอบอาชีพ ขอเงินจากคนในบ้านเป็นประจำ และมักพาเพื่อนมาที่บ้านจนสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัว
ผู้เป็นแม่เปิดเผยอีกว่า นี่เป็นการเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยก่อนหน้านี้เคยแจ้งความและขอความช่วยเหลือจากตำรวจมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งสอบถามถึงแนวทางการนำลูกชายเข้ารับการบำบัด เนื่องจากกังวลว่าพฤติกรรมจะรุนแรงขึ้น แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้
ผู้เป็นแม่อ้างว่า ในการแจ้งความครั้งก่อน เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทำให้ตนรู้สึกหมดหนทาง พร้อมกล่าวด้วยความเสียใจว่า “ต้องรอให้คนในบ้านตายก่อนหรือ ถึงจะจับได้” กระทั่งครั้งนี้ หลังลูกชายนำรถของครอบครัวไปและไม่ยอมนำกลับคืน ประกอบกับปัญหาที่สะสมมานาน ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเป็นครั้งที่ 3 และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวลูกชาย พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับคนในครอบครัวอีก
เบื้องต้น พ.ต.ท.บุญเชิด เชิดบารมี สว.(สอบสวน) สภ.อุทัย ได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐาน และจะดำเนินการสืบสวนติดตามรถยนต์ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป