ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

“วัดร่มโพธิธรรม” ร้องขอความเป็นธรรม วอนรัฐ-เอกชน ตรวจสอบพิกัดที่ดินตั้งวัด หวั่นถูกเจ้าหน้าที่รัฐสลับแปลง หวังผลทางคดี

“วัดร่มโพธิธรรม” ร้องขอความเป็นธรรม วอนรัฐ-เอกชน ตรวจสอบพิกัดที่ดินตั้งวัด หวั่นถูกเจ้าหน้าที่รัฐสลับแปลง หวังผลทางคดี

วัดร่มโพธิธรรมยังคงตั้งข้อกังขาเรื่องพิกัดที่ตั้งวัด วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อไขข้อข้องใจ หลังพบความผิดปกติในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่อเค้าสลับตำแหน่งที่ดิน หวังผลทางคดีกล่าวหาวัดบุกรุกป่า
จากกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินตั้งวัดร่มโพธิธรรม ล่าสุด ทางวัดได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบพิกัดที่ดินตั้งวัดอย่างโปร่งใส

โดยระบุว่ามีความคลางแคลงใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงาน ที่อาจมีเจตนาแอบแฝงในการสลับตำแหน่งที่ดิน น.ส.3 แปลงเลขที่ 172 ซึ่งเป็นพิกัดที่ตั้งวัดเดิม โดยเคลื่อนย้ายไปทับซ้อนกับที่ดิน น.ส.3 แปลงเลขที่ 171

ทางวัดเชื่อว่า การกระทำดังกล่าวส่อเจตนาไม่สุจริต และอาจทำไปเพื่อหวังผลในรูปคดี เพราะหากตรวจสอบพิกัดที่ขอตั้งวัดแล้วไม่ตรงกับพิกัดเดิม ตามที่ได้รับอนุญาต อาจทำให้ศาลเข้าใจผิดว่า การตั้งวัดร่มโพธิธรรมไม่ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่แรก ซึ่งถือเป็นการทำลายความชอบธรรมของวัด

นอกจากนี้ ทางวัดยังชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ระบุว่าที่ตั้งวัดอยู่ด้านหน้าติดถนนมะลิวรรณ ซึ่งขัดแย้งกับสภาพพื้นที่จริงในขณะขออนุญาตสร้างวัด (พ.ศ. 2547) และขออนุญาตตั้งวัด (พ.ศ. 2548) โดยที่ดินด้านหน้าดังกล่าว พึ่งมีผู้ซื้อถวายวัดในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงที่ดินว่างเปล่า ไม่มีสระน้ำ กุฏิ หรือศาลาการเปรียญทางวัดระบุว่า ปัจจุบัน

ภายในวัดมีที่ดิน น.ส.3 จำนวน 3 แปลง การที่เจ้าหน้าที่รัฐสร้างข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจมีจุดประสงค์เพื่อหวังผลทางคดี และสร้างความเข้าใจผิดให้สังคมและศาลเชื่อว่า “วัดบุกรุกป่าไม้”

ดังนั้น ทางวัดจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมกันพิสูจน์พิกัดที่ตั้งวัดที่แท้จริง ตามเอกสารการขอสร้างและตั้งวัด ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยทางวัดยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะคัดค้าน เพียงต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมกันพิสูจน์พิกัดที่ตั้งวัด บนที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 172 เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลของเจ้าหน้าที่รัฐที่อนุญาตให้ตั้งวัดในปี พ.ศ. 2547-2548 กับข้อมูลของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ฟ้องร้องวัด ข้อมูลใดถูกต้องกันแน่

“เมื่อยังไม่มีการยืนยันพิกัดที่ชัดเจนจากกรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เหตุใดเจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงกำหนดเขตที่ดินโดยพลการ ทำให้เกิดการทับซ้อนในที่ตั้งวัด การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการทำลายความถูกต้องของการเป็นวัดที่มีมาตั้งแต่แรกหรือไม่”

ตัวแทนวัดร่มโพธิธรรม กล่าว
กรณีพิพาทที่ดินวัดร่มโพธิธรรม สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความซับซ้อนในการจัดการที่ดินของรัฐ และความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานรัฐกับศาสนสถาน ข้อเรียกร้องของวัดในการขอให้ตรวจสอบพิกัดที่ดินอย่างโปร่งใส ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการ

เพื่อไขข้อข้องใจ และคืนความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย บทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร จะมีการตรวจสอบพิกัดที่ดินอย่างเป็นธรรมหรือไม่ และวัดจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้หรือไม่ คงต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด


– ภาพ : ข่าว ทีมข่าวภูมิภาค รายงาน