#ข้อพิพาทที่ดินทับซ้อน “วัดร่มโพธิธรรม” วัดเชื่อ “ที่ตั้งวัด” พิกัดผิดเพี้ยน
#ข้อพิพาทที่ดินทับซ้อน “วัดร่มโพธิธรรม” วัดเชื่อ “ที่ตั้งวัด” พิกัดผิดเพี้ยน
จากกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินของวัดร่มโพธิธรรม ทางวัดขอเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม แม้ทางวัดจะเคารพในคำตัดสินของกระบวนการยุติธรรม แต่ยังคงมีข้อกังขาประการสำคัญเกี่ยวกับ “พิกัดที่ตั้งวัด” ว่าเกิดการเคลื่อนย้ายจากตำแหน่งเดิมไปได้อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางวัดจำเป็นต้องพิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์
ทางวัดฯขอยืนยันว่า “วัดร่มโพธิธรรม” ได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2548 บนพื้นที่ น.ส.3 เลขที่ 172 และได้รับการรับรองจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อย

ดังนั้น สถานะของวัดจึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มิได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติป่าไม้ หรือพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แต่อย่างใด เนื่องจากวัดได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้อง “ก่อน” ที่จะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนในภายหลัง
นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณซุ้มประตูด้านหน้าในปัจจุบัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้อ้างว่าเป็นที่ตั้งของวัดนั้น แท้จริงแล้วเป็นที่ดินที่พึ่งมีผู้ซื้อถวายในปี พ.ศ. 2550 (ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงที่ดินว่างเปล่า) จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นจุดตั้งวัดเดิม ทางวัดมีความมั่นใจในพยานหลักฐานการขอตั้งวัด ซึ่งระบุรายละเอียดและสภาพแวดล้อมไว้อย่างชัดเจน
แม้หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เอกสารสิทธิ์ครอบครองตามเนื้อที่ “โดยประมาณ” เมื่อทำการรังวัด หรือสอบเขตใหม่ เนื้อที่อาจจะคลาดเคลื่อนก็จริง แต่ก็คงไม่คลาดเคลื่อนเป็นหลักกิโลเมตร เพราะมาตรฐานการรังวัดของ “กรมที่ดิน” เปอร์เซ็นต์การเคลาดเคลื่อน บวกลบ ไม่เกิน 5% เท่านั้น
ปัจจุบัน พื้นที่ทั้งหมดของวัดร่มโพธิธรรมถือเป็น “ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์” โดยสมบูรณ์ ไม่ใช่พื้นที่ป่าไม้ตามที่เจ้าหน้าที่ได้กล่าวอ้าง การประกาศกฎหมายป่าไม้และ ส.ป.ก. ทับซ้อนพื้นที่ของวัด ถือเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 35 ซึ่งบัญญัติคุ้มครองไว้ชัดเจนว่า ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
ด้วยเหตุนี้ ผืนแผ่นดินของวัดจึงมิใช่อสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่คือ “ศาสนสมบัติ” ที่มีสถานะพิเศษและได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด การกระทำใดๆ อันเป็นการล่วงละเมิดหรือรุกล้ำพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายแห่งนี้ ย่อมถือเป็นการละเมิดทั้งต่อศีลธรรมและบทบัญญัติแห่งแผ่นดินอย่างร้ายแรง
ทางวัดจึงขอประกาศจุดยืนอย่างแน่วแน่ในการพิทักษ์รักษาแผ่นดินธรรมนี้ไว้ และพร้อมจะใช้สิทธิ์ดำเนินการทางกฎหมายในทุกวิถีทาง เพื่อเอาผิดผู้ล่วงละเมิดจนถึงที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้นหรือผ่อนปรนใดๆ ทั้งสิ้น
#วัดร่มโพธิธรรม

– ภาพ : ข่าว ทีมข่าวภาคสนามภูมิภาค รายงาน

