ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

จ.จันทบุรี คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี หารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เร่งหาทางออกแก้ปัญหาผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา

จ.จันทบุรี คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี หารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เร่งหาทางออกแก้ปัญหาผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (13 ก.ค. 69) ที่ ห้องประชุมตากสิน ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง วุฒิสภา นำโดย นายกัมพล สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนหาแนวทางการดูแลเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่

การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบเศรษฐกิจของจังหวัด โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องหยุดชะงัก ทำให้มูลค่าการค้าชายแดนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ยังได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งในด้านรายได้ที่หดหาย การจ้างงานที่ชะงักงัน และภาวะขาดสภาพคล่องทางธุรกิจ ซึ่งในที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์ครอบคลุมทั้งมิติด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า ไปจนถึงมาตรการเยียวยาเบื้องต้นด้าน นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้กล่าวชี้แจงในที่ประชุมว่า ขณะนี้จังหวัดจันทบุรีมีนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนแนวทางการช่วยเหลือภาคการเกษตรนั้น ได้มีแผนในการนำแรงงานจากประเทศอื่นเข้ามาทดแทนแรงงานที่ขาดหายไป พร้อมทั้งมอบหมายให้ทางพาณิชย์จังหวัดเร่งเปิดช่องทางการตลาดให้กว้างขวางและหลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ยังได้กล่าวเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า จันทบุรียินดีที่จะให้ความช่วยเหลือและพร้อมเป็นพื้นที่นำร่อง (Sandbox) ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป


ขณะที่ นายอุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี ได้สะท้อนภาพรวมในที่ประชุมว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นวงกว้างตั้งแต่กลุ่ม SME, Micro SME, ผู้ประกอบการร้านค้า, โรงพยาบาล ไปจนถึงกลุ่มเกษตรกร โดยภาครัฐจำเป็นต้องมีนโยบายช่วยเหลือ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เช่น การสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อการเก็บเกี่ยว หรือการเร่งฝึกทักษะแรงงานทดแทนให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ประธานหอการค้าฯ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องมือที่ดีที่สุดในการกอบกู้สถานการณ์ขณะนี้คือ “การท่องเที่ยว” โดยเสนอให้ใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จัดกิจกรรมตามฤดูกาล และเพิ่มการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามายัง 7 จังหวัดชายแดนให้มากขึ้น ข้อเสนอดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยสถิติในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 พบว่า จันทบุรีมีผู้มาเยือนสูงถึง 1,763,192 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 8.23 (แบ่งเป็นชาวไทย 1,747,966 คน และชาวต่างชาติ 15,226 คน) ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากวันหยุดยาวช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และการเข้าสู่ฤดูกาลผลไม้ ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะรวบรวมข้อมูล ภาพรวมศักยภาพของพื้นที่ และข้อเสนอแนะที่ได้จากทุกภาคส่วน ไปจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยมุ่งหวังให้เกิดข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีต่อไป

จรัล บรรยงคเสนา ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก