ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ปทุมธานี – ชาวบ้านร้องสื่อชายติดยาตระเวนลักทรัพย์แถมแม่คลั่งถือมีดอีโต้ขู่

ปทุมธานีชาวบ้านร้องสื่อชายติดยาตระเวนลักทรัพย์แถมแม่คลั่งถือมีดอีโต้ขู่

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ ดอกพรม อายุ 45 ปี พร้อมด้วยกลุ่มชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาแสดงเป็นหลักฐาน ขณะผู้ก่อเหตุเข้ามาขโมยอะไหล่เครื่องปรับอากาศและชุดชั้นในของชาวบ้าน หลังได้รับความเดือดร้อนจากชายในชุมชนที่มีพฤติกรรมลักทรัพย์ต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี
ตัวแทนชาวบ้านระบุว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายวิโรจน์ แก่นจันทร์ อายุ 41 ปี มักมีพฤติกรรมตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือนในช่วงเวลากลางคืน เพื่อนำทรัพย์สินไปขายหาเงินซื้อยาบ้าเสพ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมชอบลักขโมยชุดชั้นในสตรี สร้างความหวาดผวาให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ นางจง อายุ 65 ปี มารดาของนายวิโรจน์ ซึ่งมีอาการป่วยทางจิตเวช มักเกิดอาการคลุ้มคลั่งเมื่อมีผู้ร้องเรียนหรือตำหนิลูกชาย โดยมักถือมีดอีโต้ข่มขู่และเคยวิ่งไล่ทำร้ายชาวบ้าน ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปตักเตือน ทั้งนี้ ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บันทึกภาพ นางจงได้หยิบมีดอีโต้ออกจากบ้านมาข่มขู่ชาวบ้านที่กำลังให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวจึงได้บันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน


จากการสอบถาม นายประเสริฐ ดอกพรม เปิดเผยว่า นางจงมีบุตรทั้งหมด 4 คน โดยนายวิโรจน์เป็นบุตรชายคนที่ 2 ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาบ้ามาเป็นเวลานาน ตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายจากการถูกนายวิโรจน์เข้ามาขโมยอุปกรณ์และอะไหล่เครื่องปรับอากาศที่วางไว้บริเวณหน้าบ้าน จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองเสือ ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เพื่อติดตามจับกุม ผู้ก่อเหตุกลับหลบหนีไปได้
นายประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังนางจงทราบข่าวว่าตำรวจเข้ามาติดตามจับกุมลูกชาย ได้อาศัยจังหวะที่ตนไม่อยู่บ้าน ถือมีดอีโต้บุกเข้าไปข่มขู่บิดาของตนซึ่งเป็นผู้สูงอายุและพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ทำให้ครอบครัวเกิดความหวาดกลัวอย่างมาก จึงอยากเรียกร้องให้บุตรคนอื่นๆ ของนางจงเข้ามาดูแลและนำมารดาไปรักษาอาการป่วยทางจิตเวชอย่างจริงจัง ส่วนกรณีของนายวิโรจน์ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


ทั้งนี้ ชาวบ้านในชุมชนหลายรายต่างให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า สองแม่ลูกมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนและความหวาดวิตกให้กับคนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง จึงขอร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนในชุมชนที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน