ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ปทุมธานีตาวัย62ถูกจยย.นักเรียนพุ่งชนจากด้านหลังไร้คนช่วยต้องฝืนขี่รถเลือดอาบกลับบ้านไกล 18 กม.(มีคลิป)

ปทุมธานีตาวัย62ถูกจยย.นักเรียนพุ่งชนจากด้านหลังไร้คนช่วยต้องฝืนขี่รถเลือดอาบกลับบ้านไกล 18 กม.(มีคลิป)
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายณัฐวัฒน์ นครอินทร์สาคร อายุ 62 ปี อาชีพเก็บของเก่าขาย ซึ่งได้รับบาดเจ็บหลังถูกรถจักรยานยนต์ที่มีผู้ขับขี่แต่งกายคล้ายนักเรียนพุ่งชน เหตุเกิดบริเวณตรงข้ามร้านทีเด็ดก๋วยเตี๋ยวเรือลาบร้อยเอ็ด หน้าโรงกลึงช่างคิม คลองสาม ถนนชลมาร์คพิจารณ์ หมู่ 5 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
นายณัฐวัฒน์ เล่าว่า ช่วงเช้าวันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกหาเก็บของเก่าและขวดพลาสติกตามปกติ ก่อนจอดรถไว้ริมถนน เมื่อเดินกลับมาที่รถและกำลังจะขึ้นคร่อมรถ จู่ๆ ก็ถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนจากด้านหลังอย่างแรงจนล้มศีรษะกระแทกพื้นและเกิดอาการมึนงง จำเหตุการณ์หลังจากนั้นแทบไม่ได้ หลังรู้สึกตัวพบว่าขวดและของเก่าที่เก็บมาหล่นกระจัดกระจาย ส่วนผู้ขับขี่เป็นเด็กนักเรียนอายุยังน้อย แต่ด้วยอาการมึนศีรษะจึงไม่สามารถจำหมายเลขทะเบียนรถได้ ขณะเกิดเหตุมีญาติของผู้ขับขี่ขี่รถตามหลังมา แต่กลับสนใจดูอาการของเด็กนักเรียนมากกว่าจะเข้ามาสอบถามหรือช่วยเหลือตนเอง
ผู้บาดเจ็บกล่าวอีกว่า ตนนั่งรออยู่บริเวณจุดเกิดเหตุนาน คิดว่าจะมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพหรือรถพยาบาลมาช่วยเหลือ แต่เวลาผ่านไปจนเกือบ 08.00 น. ก็ไม่มีใครเข้ามาดูแล จึงตัดสินใจฝืนขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านเอง ทั้งที่ศีรษะมีบาดแผล เลือดซึม บวมโน แขน ไหล่ และขาระบม โดยต้องขี่รถกลับไกลกว่า 18 กิโลเมตร


ด้าน นางประภา อายุ 63 ปี ภรรยาของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า เวลาประมาณ 08.00 น. เห็นสามีขี่รถกลับมาถึงบ้านในสภาพเลือดอาบใบหน้า จึงตกใจและรีบสอบถาม ก่อนทราบว่าถูกรถจักรยานยนต์ของเด็กนักเรียนชนแล้วไม่มีผู้ใดรับผิดชอบ จึงให้เพื่อนบ้านช่วยพาไปพบแพทย์ นางประภา ระบุว่า จากคำบอกเล่าของสามี เขาจอดรถอยู่ริมถนนตามปกติ ไม่ได้กีดขวางการจราจร แต่กลับถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนจากด้านหลังอย่างแรงจนร่างกระเด็น ขณะที่ญาติของผู้ก่อเหตุซึ่งขี่รถตามหลังมา กลับดูแลเฉพาะเด็กนักเรียน และไม่ได้เรียกรถพยาบาลหรือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนจะพากันออกจากที่เกิดเหตุ
ต่อมาลูกสาวได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุและได้รับความช่วยเหลือจากร้านค้าใกล้เคียงในการขอภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน โดยครอบครัวอยากให้ผู้ก่อเหตุออกมาแสดงความรับผิดชอบ ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากแม้ผลเอกซเรย์เบื้องต้นจะไม่พบอาการรุนแรง แต่แพทย์แนะนำให้เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติหรือเจ็บมากขึ้นให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที
เบื้องต้น ครอบครัวผู้บาดเจ็บได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ต.กิตติ ใจหาญ สว.(สอบสวน) สภ.คูคต พร้อมนำคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดส่งมอบเป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป