ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

พังงา – ยังใช้ได้ไหม น้ำพุ แสงสีเสียง หน้าศูนย์ราชการจังหวัดพังงา ประชาชนถามจะเปิดโชว์ได้เมื่อไหร่

พังงา – ยังใช้ได้ไหม น้ำพุ แสงสีเสียง หน้าศูนย์ราชการจังหวัดพังงา ประชาชนถามจะเปิดโชว์ได้เมื่อไหร่
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจโครงการปรับภูมิทัศน์บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดพังงา ซึ่งดำเนินการในช่วงปี 2564–2565 สมัยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ใช้งบประมาณกว่า 30 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวเคยถูกสังคมตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในการใช้งานจริง โครงการครอบคลุมการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองพังงาและพื้นที่โดยรอบศูนย์ราชการ แต่รายการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือราคาวัสดุและอุปกรณ์ที่สูงกว่าราคาทั่วไป อาทิ ต้นทองอุไร จำนวน 37 ต้น ราคาต้นละ 6,090.50 บาท รวม 225,348.50 บาท ต้นรวงผึ้ง 2 ต้น ราคาต้นละ 20,098.65 บาท รวม 40,197.30 บาท และระบบน้ำพุพร้อมอุปกรณ์ 1 ชุด วงเงินกว่า 6,000,560 บาท
ที่ผ่านมา มีภาคประชาชนยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบโครงการดังกล่าว จนจังหวัดพังงาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ประชาชนระบุว่ายังไม่ได้รับความชัดเจนเกี่ยวกับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


จากการลงพื้นที่ล่าสุด สระน้ำพุแสงสีเสียงหน้าศูนย์ราชการ ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 6 ล้านบาท พบว่าถูกปล่อยรกร้าง ต้นไม้ประดับภายในสระแห้งตาย เหลือเพียงอุปกรณ์ปล่อยน้ำพุที่โผล่พ้นผิวน้ำ เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ภายในศาลากลางจังหวัดพังงา ได้รับคำชี้แจงว่า ระบบน้ำพุยังสามารถใช้งานได้ แต่ไม่ได้เปิดใช้งาน เนื่องจากไม่มีงบประมาณสำหรับค่าไฟฟ้า โดยระบุว่าในสมัยผู้ว่าราชการจังหวัดคนก่อนมีการเปิดใช้งานเพียง 1 ครั้ง ส่วนในสมัยผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบันยังไม่เคยเปิดใช้งานเลย ขณะที่ต้นทองอุไรที่ปลูกไว้ 37 ต้น เหลืออยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ถึง 10 ต้น ส่วนพื้นที่โดยรอบขาดการดูแล หญ้าขึ้นรกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ต้นรวงผึ้งทั้ง 2 ต้นยังคงอยู่ แต่สภาพต้นไม่ค่อยสมบูรณ์
นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับอีกโครงการในพื้นที่เดียวกัน คือการติดตั้งเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) บริเวณทางเดินริมคลองภายในศูนย์ราชการ จำนวน 83 ต้น ใช้งบประมาณกว่า 4.5 ล้านบาท หรือเฉลี่ยต้นละกว่า 55,000 บาท ซึ่งปัจจุบันบริเวณทางเดินดังกล่าวถูกปล่อยทิ้งร้าง วัชพืชขึ้นปกคลุมจนแทบไม่สามารถใช้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายได้
นายสมใจ ชมขวัญ แกนนำภาคประชาสังคมจังหวัดพังงา กล่าวว่า หน่วยงานภาครัฐควรวางแผนการบริหารจัดการโครงการให้สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ ไม่ใช่ใช้งบประมาณจำนวนมากแล้วปล่อยทิ้งร้าง โดยเฉพาะโครงการน้ำพุแสงสีเสียงหน้าศูนย์ราชการ หากยังใช้งานได้ก็ควรเปิดให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์และสร้างสีสันให้กับเมือง แต่หากใช้งานไม่ได้แล้ว ก็ควรมีการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชนอย่างโปร่งใส ขณะเดียวกัน ทางเดินออกกำลังกายริมคลองพังงาที่ติดตั้งเสาไฟโซลาร์เซลล์ไว้ ก็ควรได้รับการบำรุงรักษาและฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ากับงบประมาณของรัฐและประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน


อโนทัย งานดี/พังงา/081-0836530