ชาวบ้านหมู่บ้านออมทอง ร้อง ป.ป.ช. เร่งไต่สวนคดีทุจริต-ละเว้นหน้าที่ ปมพิพาทสิทธิที่อยู่อาศัยกับวัดดังย่านบางปู
ชาวบ้านหมู่บ้านออมทอง ร้อง ป.ป.ช. เร่งไต่สวนคดีทุจริต-ละเว้นหน้าที่ ปมพิพาทสิทธิที่อยู่อาศัยกับวัดดังย่านบางปู
เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2569 เวลา 13.00 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตัวแทนกลุ่มราษฎรผู้เดือดร้อนเสียหายจากโครงการหมู่บ้านออมทอง จำนวน 35 หลังคาเรือน นำโดย นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเพิ่มเติมต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่วนกลาง เพื่อขอความเป็นธรรม และขอให้เร่งรัดตรวจสอบกรณีการทำนิติกรรมอำพราง และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง

เปิดข้อเรียกร้องหลัก 3 ประการ
ในหนังสือร้องเรียนดังกล่าว กลุ่มผู้เสียหายได้ยื่นข้อเรียกร้องสำคัญต่อ ป.ป.ช. ส่วนกลาง จำนวน 3 ข้อ ได้แก่:
1. ขอให้ ป.ป.ช. ส่วนกลาง รับเรื่องและเร่งรัดการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีอาญา ต่อเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในฐานความผิดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157 และ 162) ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พยายามกรรโชกทรัพย์ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ตลอดจนขอให้ดำเนินคดีกับองค์กรและเอกชนที่เกี่ยวข้องในฐานะ “ตัวการร่วม” หรือ “ผู้สนับสนุน” โดยขอให้รวมเป็นสำนวนคดีขบวนการเดียวกัน และประสานงานร่วมกับกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)
2. ขอให้ ป.ป.ช. ส่วนกลาง เข้ามากำกับดูแลและไต่สวนคดีด้วยตนเอง แทน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทบทวนและเพิกถอนคำวินิจฉัยเดิมที่เคยระบุว่าเรื่องนี้เป็นเพียงข้อพิพาททางแพ่ง รวมถึงให้ใช้อำนาจเรียกพนักงานสอบสวน สภ.บางปู มาชี้แจง และสั่งส่งมอบสำนวนคดีอาญาเข้าสู่การไต่สวนของ ป.ป.ช. ส่วนกลางโดยด่วนที่สุด เพื่อป้องกันการประวิงเวลาและบิดเบือนข้อเท็จจริงในระดับท้องที่
3. ขอให้บูรณาการทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ในการสืบสวนสอบสวนขยายผล เอาผิดผู้กระทำความผิดทั้งขบวนการ เพื่ออำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองความปลอดภัยของราษฎรผู้เดือดร้อนโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลเหตุความเดือดร้อนและข้อสงสัยในกระบวนการกลุ่มผู้เดือดร้อนหมู่บ้านออมทอง ระบุว่า ปัญหาเกิดจากการทำสัญญาเช่าสร้างอาคารพักอาศัยระหว่างวัดดังย่านบางปู จ.สมุทรปราการ กับบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นสัญญาซ่อนเร้นที่ประชาชนไม่เคยรับรู้ แต่กลับมีการแอบอ้างสิทธิตามสัญญาดังกล่าวมาบีบบังคับ รวบรัด และข่มขู่ขับไล่ชาวบ้านให้ออกจากที่อยู่อาศัย มีการออกหนังสือขู่ฟ้องขับไล่ประชาชนไปแล้วมากกว่า 10 หลังคาเรือน
นอกจากนี้ ผู้ร้องยังชี้ให้เห็นถึงพฤติการณ์สงสัยในกระบวนการสอบสวนของตำรวจท้องที่ สภ.บางปู ที่อาจมีการลงวันที่รับแจ้งความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงเพื่อประวิงเวลา ส่งผลให้คดีค้างเก่าเกินกว่า 1 ปี รวมถึงการละเว้นไม่บรรจุบัญชีรายชื่อผู้เสียหายเข้าในสารบบสำนวน ซึ่งเข้าข่ายการช่วยลดทอนความร้ายแรงของคดี จากคดีอาญาแผ่นดินฐานฉ้อโกงประชาชนให้กลายเป็นเพียงข้อพิพาทส่วนบุคคล
กลุ่มผู้เสียหายจึงเดินทางมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ส่วนกลาง เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายเข้ามาคลี่คลายคดี และคืนความยุติธรรมให้กับชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับคดีหมู่บ้านออมทองจังหวัดสมุทรปราการนั้น เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงประเด็นสัญญาที่เป็นโมฆะกรรม โดยมีตัวละครสำคัญและผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่วัดชื่อดัง เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร กรรมการชุมชน ตลอดจนนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ในพื้นที่วัดดัง ย่าน ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังมีการนำที่ดินที่ของวัด มาปล่อยขายให้กับชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรและให้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินถาวร ตั้งแต่ปี 2537 แต่ภายหลังทางวัดกลับเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยกรณีดังกล่าวชาวบ้านได้แจ้งความวัดและไวยาวัจกรวัด ที่สภ.บางปูแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง แต่ประชาชนรับทราบจากอัยการจังหวัดสมุทรปราการที่พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้มีมูลความผิดการทุจริตต่อหน้าที่ตามหนังสือของ อัยการ ที่ อส 0058(สป)/3680 และคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ต่อไป


