พาดหัวข่าว

ปทุมธานี – ตร.บ้านเครียด คว้าปืนเพื่อนยิงอกตัวเองเจ็บสาหัสพร้อมทิ้งจดหมายลา

ปทุมธานีตร.บ้านเครียด คว้าปืนเพื่อนยิงอกตัวเองเจ็บสาหัสพร้อมทิ้งจดหมายลา

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ร.ต.อ.อุดมเกียรติ มาแจ้ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี รับแจ้งเหตุมีบุคคลใช้อาวุธปืนยิงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในบ้านพักซอยธรรมสุธีร์ 23 หมู่ 5 ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองปทุมธานี และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง


ที่เกิดเหตุบริเวณชั้นล่างหน้าบ้านเลขที่ 30/29 พบเพียงกองเลือดจำนวนหนึ่ง และอาวุธปืนออโตเมติกขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 กระบอก ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นายประเสริฐ หงษ์นาค อายุ 55 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย 1 นัด ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลปทุมธานีไปก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ บริเวณริมถนนหน้าบ้านยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 3ขภ 712 กรุงเทพมหานคร ของผู้บาดเจ็บจอดอยู่ จากการตรวจสอบกล่องเก็บของด้านหลังรถ พบกระดาษขนาด A4 เขียนข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์ และข้อความสั่งเสียถึงภรรยาและบุตรในเรื่องต่างๆ โดยระบุให้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและพอเพียง พร้อมทั้งพบยารักษาโรคชนิดต่างๆ อยู่ด้วย


จากการสอบถาม นายบุญเพ็ง เยท่าตะโก อายุ 55 ปี เจ้าของอาวุธปืนและเป็นเพื่อนกับผู้บาดเจ็บ ซึ่งทำงานเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้านด้วยกัน ให้การว่า ผู้บาดเจ็บได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาพร้อมกับเอ่ยปากถามตนว่ามีปืนหรือไม่ โดยต้องการปืนขนาด .38 และได้เตรียมเครื่องกระสุนมาด้วย ตนจึงตอบไปว่ามีเพียงขนาด 9 มม. จากนั้นตนได้หยิบปืนกระบอกดังกล่าวออกมา ถอดแม็กกาซีนวางไว้ ผู้บาดเจ็บจึงขอดูอาวุธปืน จังหวะนั้นตนเผลอเดินไปที่โทรทัศน์เพียงครู่เดียว ภรรยาของตนก็ตะโกนบอกว่าผู้บาดเจ็บหยิบปืนไปแล้ว เมื่อตนหันมามองหาแม็กกาซีนก็พบว่าหายไปเช่นกัน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดที่บริเวณหน้าบ้านของตนอีกหลังซึ่งอยู่ติดกัน ทั้งนี้ ตนไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุในครั้งนี้
ทางด้าน ร.ต.อ.อุดมเกียรติ มาแจ้ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและบันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งตรวจยึดอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบ เบื้องต้นเตรียมประสานรอสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้งเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป