นายกฯ ย้ำคดีฆ่า 5 ศพห้วยใหญ่ หลักฐานแน่น ขยายผลเครือข่ายยาเสพติด-อดีตนักโทษ พร้อมขอโทษครอบครัวชาวรัสเซีย
นายกฯ ย้ำคดีฆ่า 5 ศพห้วยใหญ่ หลักฐานแน่น ขยายผลเครือข่ายยาเสพติด-อดีตนักโทษ พร้อมขอโทษครอบครัวชาวรัสเซีย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังรับฟังการสรุปคดีฆาตกรรม 5 ศพในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่า พยานหลักฐานมีความชัดเจน สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหลักและผู้สนับสนุนได้ พร้อมสั่งการให้ตำรวจทำสำนวนอย่างรัดกุม ปิดทุกช่องโหว่ทางกฎหมาย และขยายผลไปยังเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงคดีอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง

นายอนุทิน กล่าวว่า จากการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี พบว่าขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาหลักได้แล้ว 2 ราย และมีผู้สนับสนุนอีกหลายราย โดยเชื่อว่าหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับการดำเนินคดี
เบื้องต้น พบความเชื่อมโยงระหว่างคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย กับคดีฆาตกรรมพ่อแม่ลูกชาวไทยอีก 3 ราย รวมเป็นผู้เสียชีวิต 5 ราย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจาก เชื่อว่าผู้ต้องหาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นอีก รวมถึงเครือข่ายยาเสพติดและการกระทำผิดกฎหมายรูปแบบอื่น
นายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว โดยระบุว่า ไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเป็น “คดีนักท่องเที่ยวถูกฆ่า” เนื่องจากผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 7 ปี เดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็นประจำ และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในไทย ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางเข้ามา
พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทย ยังมีความปลอดภัยสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นการกระทำของกลุ่มอาชญากรที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม ไม่ใช่ภาพรวมของสถานการณ์ความปลอดภัยของประเทศ
นายอนุทิน ยังกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตชาวรัสเซีย พร้อมยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด โดยจะไม่ให้มีการประกันตัว และสั่งการให้พนักงานสอบสวนจัดทำสำนวนอย่างรัดกุม เพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายทุกประการ
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาหลักมีประวัติคดียาเสพติดและเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เมื่อพ้นโทษออกมาก็ยังติดต่อกับกลุ่มอดีตผู้ต้องขังเดิม ซึ่งบางส่วนให้การช่วยเหลือด้านการหลบหนีและสนับสนุนการก่อเหตุ
ตำรวจ อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเครือข่ายดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบคดีบุคคลสูญหายในพื้นที่ทั้งก่อนและหลังผู้ต้องหาพ้นโทษ เพื่อดูว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นหรือไม่ แม้ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีเหยื่อรายอื่นเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จะประสานกรมราชทัณฑ์เพื่อพัฒนาระบบติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษที่มีความเสี่ยงกลับไปกระทำผิดซ้ำ รวมถึงเข้มงวดการจำหน่ายเครื่องแบบและอุปกรณ์ที่สามารถนำไปแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผ่านช่องทางออนไลน์
ส่วนประเด็นผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่น่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่น เนื่องจากผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียไม่ได้อยู่ในสถานะนักท่องเที่ยว แต่พำนักและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน
พร้อมย้ำว่า จะเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและประชาชนให้เข้มงวดยิ่งขึ้น.

ภาพ/ข่าว นิราช/นันฐพล/พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

