จับกุมพาดหัวข่าว

ผู้ว่าฯ สงขลา แถลงผลจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่ ยึดของกลางกว่า 205,704 ชิ้น มูลค่าราว 30 ล้านบาท ขยายผลล่าเครือข่ายข้ามชาติ

ผู้ว่าฯ สงขลา แถลงผลจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่ ยึดของกลางกว่า 205,704 ชิ้น มูลค่าราว 30 ล้านบาท ขยายผลล่าเครือข่ายข้ามชาติ

จังหวัดสงขลา แถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่ สามารถตรวจยึดของกลางได้รวม 205,704 ชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย และเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ หลังพบมีการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายจากพื้นที่ชายแดนจังหวัดสงขลา เตรียมส่งต่อไปยังกรุงเทพมหานคร

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการของจังหวัดสงขลา อำเภอสะเดา และหน่วยงานด้านความมั่นคง ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อเยาวชนและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตาม “ปฏิบัติการผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” และภารกิจของศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัดสงขลา ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากสายข่าวด้านความมั่นคงว่าจะมีการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายล็อตใหญ่จากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลา และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา ลงพื้นที่สืบสวนและเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด กระทั่งเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมบริเวณลานจอดรถริมถนนกาญจนวนิชย์ หมู่ที่ 5 ตำบลพังลา อำเภอสะเดา หลังพบรถกระบะตู้ทึบ 3 คัน เข้ามาเตรียมขนถ่ายสินค้าขึ้นรถบรรทุกสิบล้อ เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจค้น กลุ่มผู้กระทำผิดบางส่วนได้หลบหนี แต่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ 2 ราย

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถกระบะ 3 คัน บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 49,104 ตัว และตลับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 156,600 หัว รวมของกลางทั้งสิ้น 205,704 ชิ้น มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในความผิดฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนสินค้าผิดกฎหมาย โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 1,000 บาท รับสินค้าจากบริเวณบ่อปลาวีเจ ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา ก่อนนำมาขนถ่ายขึ้นรถบรรทุกสิบล้อในพื้นที่ตำบลพังลา เพื่อส่งต่อไปยังกรุงเทพมหานคร โดยมีบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “นายบี้” เป็นผู้ว่าจ้าง และ “นายมอส” ทำหน้าที่ประสานงานเรื่องเวลาและจุดรับส่งสินค้า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งสองราย พร้อมขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายทั้งหมด

นายรัฐศาสตร์ กล่าวว่า จังหวัดสงขลาและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าบูรณาการกำลังในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ยาเสพติด และภัยคุกคามทุกรูปแบบอย่างจริงจัง พร้อมย้ำเตือนไปยังผู้ที่คิดกระทำผิดกฎหมายว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล

พี่เสือ นักข่าว สงขลา