ม.กลันตัน ยึดโมเดล “พิกุลทอง” ขยายผลเกษตรยั่งยืนดึง นศ. มาเลเซีย ฝึกงานไทย ยกระดับแปรรูปสินค้าเกษตรชุมชน
นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์
ม.กลันตัน ยึดโมเดล “พิกุลทอง” ขยายผลเกษตรยั่งยืนดึง นศ. มาเลเซีย ฝึกงานไทย ยกระดับแปรรูปสินค้าเกษตรชุมชน
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ต้อนรับคณะผู้บริหารและนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยมาเลเซียแห่งรัฐกลันตัน (UMK) ในโอกาสเดินทางศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกษตรยั่งยืน หวังต่อยอดนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ พร้อมเล็งดึงความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเกษตรของมาเลเซีย ช่วยเกษตรกรไทยแปรรูปผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มและขยายช่องทางตลาด
วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) พร้อมด้วย นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และ นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ร่วมให้การต้อนรับ นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู และ Dr. Raimi binti Mohamed Redwan คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยมาเลเซียแห่งรัฐกลันตัน (Universiti Malaysia Kelantan – UMK) พร้อมคณะบุคลากรและนักศึกษา ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานระหว่างวันที่ 4–7 สิงหาคม 2569 โดยการศึกษาดูงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ โครงการเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ สิ่งแวดล้อม และแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรและการเกษตรยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

สำหรับการศึกษาดูงานในวันนี้ นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้บรรยายแนะนำภารกิจของศูนย์ฯ ก่อนนำคณะนั่งรถลากพ่วงเยี่ยมชมกิจกรรมการดำเนินงานจริงภายในศูนย์ฯ โดยมี นายซาฟิก สารี ทำหน้าที่ล่ามแปลภาษา สำหรับช่วงบ่าย คณะจาก ม.กลันตัน ได้เข้าชมการสาธิตและทดลองชิมเครื่องดื่มโซดารสส้มแขก ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรขึ้นชื่อของศูนย์ฯ เพื่อศึกษานวัตกรรมแปรรูปอาหารในพื้นที่
นายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการ สำนักงาน กปร. เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของการเยือนในครั้งนี้ว่า มหาวิทยาลัยมาเลเซียกลันตันให้ความสนใจในแนวทางการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และมองเห็นประโยชน์จากการนำไปปฏิบัติจริงในเรื่องเกษตรยั่งยืน ซึ่งนำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสำนักงาน กปร.
“ทางมาเลเซียสนใจถึงขั้นที่อยากส่งนักศึกษาเดินทางมาฝึกงานจริงที่ศูนย์พิกุลทองฯ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ ขณะเดียวกัน ศูนย์พิกุลทองฯ ที่ดำเนินงานมากว่า 40 ปี มีความเข้มแข็งเรื่ององค์ความรู้และการผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ แต่สิ่งที่ต้องทำต่อคือการเพิ่มมูลค่าและการหาช่องทางจำหน่าย ซึ่งคณะอุตสาหกรรมเกษตรจาก UMK มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหาร เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อช่วยกระจายสินค้าเกษตรของไทยให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น”
ด้าน นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู กล่าวเสริมว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างรัฐบาลไทยกับมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซีย สะท้อนให้เห็นว่าศักยภาพด้านการเกษตรและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล
รัฐกลันตันให้ความสนใจเป็นพิเศษกับความก้าวหน้าและศักยภาพด้านการเกษตรของประเทศไทย เพราะมองว่าไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถตอบโจทย์สำคัญของประเทศเขาในเรื่อง ความมั่นคงทางอาหาร(Food Security) ได้เป็นอย่างดี


