ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

มิติใหม่แห่งการปกป้องพระพุทธศาสนา “วัดร่มโพธิธรรม” ผนึกกำลังคณะสงฆ์จังหวัดเลยทั้ง ๒ นิกาย จัดอบรมขับเคลื่อนการออกโฉนดที่ดินวัด

มิติใหม่แห่งการปกป้องพระพุทธศาสนา “วัดร่มโพธิธรรม” ผนึกกำลังคณะสงฆ์จังหวัดเลยทั้ง ๒ นิกาย จัดอบรมขับเคลื่อนการออกโฉนดที่ดินวัด

วัดร่มโพธิธรรมฯ จังหวัดเลย จัดอบรมโครงการให้ความรู้ด้านกฎหมาย แก่พระภิกษุสงฆ์ในเขตพื้นที่จังหวัดเลย โดยโครงการดังกล่าว จะจัดขึ้นในวันที่ ๒๒ – ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ อาคารอเนกประสงค์ วัดร่มโพธิธรรม (ติดถนน ๒๐๑ มะลิวรรณ) ตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย การจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งสำคัญในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้ชื่อ “โครงการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยการออกโฉนดที่ดินให้วัด” โดยได้รับความเห็นชอบและเมตตาธรรมจากเจ้าคณะจังหวัดเลยทั้งสองนิกาย ได้แก่ พระราชวัชรวีรากร (มหานิกาย) และ พระราชวชิรสุธี (ธรรมยุต) เพื่อสร้างความมั่นคงทางกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับวัดทั่วทั้งจังหวัด
การอบรมในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับด้วยดี เบื้องต้นมีตัวแทนเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์จาก ๑๔ อำเภอ ทั่วจังหวัดเลย ส่งหนังสือตอบรับเข้าร่วมโครงการกว่า ๒๐๐ รูป การอบรมจะมุ่งเน้นการถวายความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับขั้นตอนการออกโฉนดที่ดินให้แก่วัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่ดินและกฎหมายคณะสงฆ์มาเป็นวิทยากร ทั้งนี้ วัดร่มโพธิธรรม ได้ปวารณาตัวเป็นเจ้าภาพสนับสนุนค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ ทั้งภัตตาหาร น้ำปานะ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา


สืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ดินวัดซึ่งเป็นศาสนสมบัติและศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน หลายแห่งทั่วประเทศกำลังเผชิญปัญหาการถูกบุกรุก ขาดความมั่นคงในกรรมสิทธิ์ และเสี่ยงต่อการสูญเสียพื้นที่ธรณีสงฆ์เนื่องจากขาดเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้อง การผลักดันให้วัดมีหลักฐานทางกฎหมายที่ชัดเจนจึงถือเป็น “วาระเร่งด่วน”
ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖๗ ได้บัญญัติชัดเจนว่า รัฐต้องอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งมีกลไกป้องกันการบ่อนทำลายในทุกรูปแบบ การออกโฉนดที่ดินจึงถือเป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมที่สุดในการปกป้องพื้นที่ของศาสนาให้รอดพ้นจากภัยคุกคาม
การผลักดันให้วัดมีโฉนดที่ดิน ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องสิทธิ์จากการถูกบุกรุกเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่การพัฒนาวัดอย่างยั่งยืน โดยมีประโยชน์หลัก ๓ ประการ ได้แก่
๑. สามารถนำไปประกอบการขอพระราชทานวิสุงคามสีมาได้อย่างถูกต้อง
๒. สามารถนำไปประกอบการของบประมาณเงินอุดหนุนเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์วัดจากภาครัฐ
๓. สามารถนำไปประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัดให้ถูกต้องตามระเบียบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ในการอบรม พระสังฆาธิการและคณะสงฆ์ผู้เข้าร่วม จะได้รับการถวายความรู้ในข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน อาทิ พ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑, พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕, ระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการได้มาซึ่งที่ดินของวัดวาอาราม, ระเบียบมหาเถรสมาคม ตลอดจนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เข้าร่วมติองนำหลักฐานเดิม เช่น ส.ค.๑ หรือ น.ส.๓ มาร่วมตรวจสอบในวันอบรมด้วย
เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้ คือการผลักดันให้วัดในจังหวัดเลยทั้ง ๔๓๔ แห่ง ได้รับการรังวัดและออกโฉนดที่ดินจนเสร็จสิ้นครบ ๑๐๐% ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้คณะสงฆ์มีความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย และสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการออกโฉนดได้ด้วยตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ปลุกพลังความสามัคคีของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดเลย ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้สถาพรสืบไป
ข้อมูลอ้างอิง/หน่วยงานรับผิดชอบ
ผู้รับผิดชอบโครงการ : วัดร่มโพธิธรรม บ้านหลักร้อยหกสิบ หมู่ที่ ๑๐ ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย


หน่วยงานที่รับผิดชอบร่วม : คณะสงฆ์จังหวัดเลย (มหานิกาย และ ธรรมยุต)
ภาพ-ข่าว / ทีมข่าวภูมิภาค