“สรรเพชญ” ลงพื้นที่บางกล่ำ เร่งคืนผิวจราจรภายในปลายกันยายน ย้ำความปลอดภัยประชาชน หลังอุบัติเหตุซ้ำซ้อนช่วงก่อสร้าง
“สรรเพชญ” ลงพื้นที่บางกล่ำ เร่งคืนผิวจราจรภายในปลายกันยายน ย้ำความปลอดภัยประชาชน หลังอุบัติเหตุซ้ำซ้อนช่วงก่อสร้าง
“สรรเพชญ” รมช.คมนาคม ลงพื้นที่บางกล่ำ ติดตามโครงการก่อสร้างทางหลวง หลังเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนระหว่างก่อสร้าง กำชับกรมทางหลวงเร่งคืนพื้นที่จราจรให้ประชาชนภายในเดือนกันยายนนี้ พร้อมสั่งเพิ่มป้ายเตือน-ไฟส่องสว่าง-มาตรการความปลอดภัย เชื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบช่วยลดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุ
วันนี้ (10 ส.ค. 69) เวลา 11.00 น. ที่อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย พล.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร อดีตผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เขต 9 และ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผกก.สภ.บางกล่ำ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงบริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในช่วงการก่อสร้าง โดยมีการหารือถึงมาตรการเร่งรัดงานก่อสร้างและการเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทาง

นายสรรเพชญ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้และจากการลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ เชื่อว่าจะสามารถเร่งดำเนินการและคืนพื้นที่จราจรให้ประชาชนได้ตามเป้าหมาย โดยปัจจุบันบางส่วนของทางวิ่งด้านล่างสามารถเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรได้แล้ว แต่ยังมีงานด้านวิศวกรรมและงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยที่ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ
“กรมทางหลวงต้องสงวนพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อให้ความมั่นใจและความปลอดภัยมากที่สุด ก่อนที่จะสามารถเปิดใช้งานได้เต็มพื้นที่ 100%” นายสรรเพชญ กล่าว
รมช.คมนาคม ยอมรับว่าโครงการมีความล่าช้าจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการย้ายเสาไฟ High Mast แต่ขณะนี้ได้มีการกำชับจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้กรมทางหลวงเร่งรัดงาน โดยเฉพาะการคืนพื้นที่จราจรให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
“ได้สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งกำชับผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้คืนพื้นที่จราจร ทำให้เสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้” นายสรรเพชญ กล่าว
นายสรรเพชญ ยังระบุว่า ผู้รับเหมาเร่งทำงานอย่างต่อเนื่องถึงช่วงค่ำ เพื่อให้สามารถเปิดเส้นทางได้เร็วขึ้น เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญที่มีทั้งรถบรรทุกและรถขนส่งสินค้าใช้สัญจรจำนวนมาก โดยได้กำชับให้กรมทางหลวงรับข้อเสนอจากฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ โดยเฉพาะการติดตั้งป้ายเตือนและสัญญาณให้ชัดเจนล่วงหน้าก่อนถึงจุดก่อสร้าง เพื่อให้ผู้ขับขี่ลดความเร็ว
“ต้องมีป้ายบอกสัญญาณให้ชัดเจน ว่าข้างหน้ามีการก่อสร้าง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ชะลอความเร็ว” นายสรรเพชญ กล่าว
นอกจากนี้ รมช.คมนาคม ยังเสนอให้พิจารณาปรับปรุงแบริเออร์หรือราวกั้นบริเวณสะพานให้มีความสูงเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมระบุว่า เมื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ คาดว่าการจราจรประมาณ 90% จะใช้เส้นทางหลักด้านล่าง ขณะที่ทางเบี่ยงด้านบนจะรองรับประมาณ 10%
สำหรับระบบไฟ High Mast ขณะนี้ติดตั้งเรียบร้อยและพร้อมใช้งานแล้ว ส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ทั้งกล้องวงจรปิดและสัญญาณไฟจราจร จะต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้เส้นทางมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
นายสรรเพชญ กล่าวถึงงบประมาณโครงการว่า กรมทางหลวงสามารถบริหารจัดการงบประมาณจนดำเนินงานได้ในวงเงินประมาณ 60 ล้านบาท จากกรอบที่ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้มากกว่า 100 ล้านบาท โดยอาจมีบางส่วนที่ต้องเสนอขอรับงบประมาณเพิ่มเติมภายหลัง หลังจากสามารถเปิดเส้นทางให้บริการได้เต็มรูปแบบ
“วันนี้เป้าหมายสำคัญคือเร่งคืนพื้นที่จราจรให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่ต้องเดินคู่ไปกับเรื่องความปลอดภัย” นายสรรเพชญ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผกก.สภ.บางกล่ำ เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นเส้นทาง 4124 ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าไปพัทลุง ส่วนขาลงมุ่งหน้าไปหาดใหญ่ โดยนับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 มีการรับแจ้งอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ก่อสร้างจำนวน 9 ราย
โดยประมาณ 70-80% มีสาเหตุจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ ทั้งการขับรถเร็ว ขับรถโดยประมาท และการแซงรถคันอื่นแล้วไม่พ้น จนเสียหลักตกลงไปในบริเวณก่อสร้าง ขณะที่อีกกรณีอยู่ระหว่างการสอบสวน หลังผู้สูงอายุรายหนึ่งพาภรรยาเดินทางไปพัทลุง ก่อนเกิดเหตุบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระและมีประเด็นรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเฉี่ยวชนหรือไม่
ทั้งนี้ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานผู้รับเหมาให้เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งกรวย แบริเออร์ แท่นปูน ป้ายเตือน และไฟส่องสว่าง โดยเชื่อว่าหากดำเนินการอย่างจริงจัง จะช่วยลดความเสี่ยงและจำนวนอุบัติเหตุในพื้นที่ได้..///

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

