ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

จังหวัดลพบุรี 210869 รมว.กห.เยี่ยมให้กำลังใจทหารรบพิเศษบาดเจ็บจากการปะทะชายแดน รมว.กห. ลงพื้นที่เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุปะทะตามแนวชายแดน ถึงบ้านพักค่ายเอราวัณ ย้ำ “กำลังพลเป็นศูนย์กลาง” ผนึกทุกภาคส่วนดูแลตั้งแต่รักษา–ฟื้นฟู–สิทธิสวัสดิการ–ครอบครัว “คนที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศ เราจะไม่ทอดทิ้ง”

จังหวัดลพบุรี 210869 รมว.กห.เยี่ยมให้กำลังใจทหารรบพิเศษบาดเจ็บจากการปะทะชายแดน
รมว.กห. ลงพื้นที่เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุปะทะตามแนวชายแดน ถึงบ้านพักค่ายเอราวัณ ย้ำ “กำลังพลเป็นศูนย์กลาง” ผนึกทุกภาคส่วนดูแลตั้งแต่รักษา–ฟื้นฟู–สิทธิสวัสดิการ–ครอบครัว “คนที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศ เราจะไม่ทอดทิ้ง”

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยพลเอก กานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก นางสาวชุติมา สมประสงค์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี และคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลนักรบพิเศษซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบในพื้นตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา ณ กองพลรบพิเศษที่ 1 ค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยมี พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่ ให้การต้อนรับ และนำคณะตรวจเยี่ยมกำลังพลถึงบ้านพัก เพื่อรับฟังสภาพความเป็นอยู่ ปัญหา และความต้องการของกำลังพลและครอบครัวโดยตรง
ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มี ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ผอ.อผศ.) ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานด้านสิทธิและสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง ร่วมคณะ เพื่อบูรณาการการดูแลกำลังพลและครอบครัวให้ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ สิทธิและสวัสดิการ การสงเคราะห์ การปรับสภาพที่อยู่อาศัย ตลอดจนการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว


ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปยังบ้านพักกำลังพลในพื้นที่กองพลรบพิเศษที่ 1 กองพันปฏิบัติการพิเศษ และกองพันจู่โจม เพื่อพบปะพูดคุยกับกำลังพลและครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยกำลังพลที่เข้ารับการตรวจเยี่ยมล้วนได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา มีทั้งผู้ที่สูญเสียอวัยวะ ผู้ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดและอาวุธของฝ่ายตรงข้าม ตลอดจนผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาและกายภาพบำบัด
หนึ่งในกำลังพล ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเข้าเยี่ยม คือ ร้อยโท เกียรติวงศ์ สถาวร หรือ “หมวดบุ๊ค” กำลังพลสังกัดกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 2 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดจนสูญเสียขาขวาท่อนล่าง ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณเนิน 350 ปราสาทตาควาย หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและได้รับขาเทียมพระราชทาน ปัจจุบันร่างกายฟื้นตัวเกือบเต็มที่ แต่ยังมีความต้องการด้านการปรับปรุงสภาพบ้านพักให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิต

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยม สิบเอก อภิวัฒน์ ชาญประโคน ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณขาขวาและมือจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ปัจจุบันร่างกายฟื้นตัวประมาณร้อยละ 90 รวมถึง จ่าสิบเอก สำราญ สมานทอง และจ่าสิบเอก วุฒิพงศ์ เลิศดำเนิน กำลังพลกองพันปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณเนิน 350 ปราสาทตาควาย โดยกำลังพลบางนายสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติแล้ว แต่ยังคงมีประเด็นด้านสวัสดิการ ที่อยู่อาศัย และการดูแลครอบครัวที่หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ตรวจเยี่ยมกำลังพลกองพันจู่โจม อาทิ สิบเอก ชนะพงษ์ สถิตป่าแขม ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิดบริเวณขาทั้งสองข้าง สะโพก ลำตัว และด้านหลัง ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณช่องอานม้า เนิน 677 ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการรักษาและกายภาพบำบัด รวมถึง พลทหาร โชคชัย เนียมแสง และ พลทหาร คอลิด หมุดกะเหล็ม ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เดียวกัน และยังต้องได้รับการฟื้นฟูและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พูดคุยสอบถามอาการ การรักษา ความเป็นอยู่ และความต้องการของกำลังพลและครอบครัวเป็นรายบุคคล พร้อมกล่าวให้กำลังใจว่า… วันนี้ ตั้งใจมาหาทุกคนด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากดูจากรายงานเพียงอย่างเดียว อยากเห็นว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร อยู่กันอย่างไร ครอบครัวเป็นอย่างไร และยังมีอะไรที่เราช่วยได้อีกบ้าง กำลังพลของเราดูแลประเทศ เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บจากการทำหน้าที่ เราต้องดูแลเขาและครอบครัวอย่างดีที่สุด”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า “กำลังพลต้องเป็นศูนย์กลางของการดูแล” โดยการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ควรสิ้นสุดเมื่อออกจากโรงพยาบาล แต่ต้องต่อเนื่องตั้งแต่การรักษา การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ การกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน การปรับสภาพบ้านพัก การประกอบอาชีพ สิทธิและสวัสดิการ ตลอดจนอนาคตของครอบครัว พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ติดตามกำลังพลเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาและฟื้นฟู ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และผู้ที่อยู่ระหว่างกระบวนการด้านสิทธิ สวัสดิการ หรือการดำเนินการทางกำลังพล หากพบปัญหาหรือข้อขัดข้องให้เร่งประสานแก้ไข ไม่ปล่อยให้กำลังพลหรือครอบครัวต้องเดินเรื่องหรือแก้ปัญหาเพียงลำพัง
การที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงเป็นการเชื่อมต่อการดูแลจากกองทัพไปสู่ระบบการสงเคราะห์และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้ทุกหน่วย “เห็นด้วยกัน ฟังด้วยกัน และแก้ปัญหาไปด้วยกัน” โดยเฉพาะปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละครอบครัว ซึ่งต้องอาศัยการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังเน้นย้ำถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจว่า ภารกิจทุกภารกิจต้องดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผู้บังคับบัญชาต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ประเมินความเสี่ยง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของกำลังพลในทุกขั้นตอน “กำลังพลทุกนายมีคุณค่า ทั้งต่อกองทัพ ต่อประเทศ และต่อครอบครัวที่รอเขากลับบ้าน ภารกิจต้องสำเร็จ แต่เราต้องทำทุกวิถีทางให้คนของเราปลอดภัยที่สุด”
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมจะนำข้อมูลและข้อเสนอที่ได้รับจากกำลังพลและครอบครัวในครั้งนี้ไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของแต่ละราย โดยยืนยันหลักการสำคัญว่า “กำลังพลดูแลประเทศ เราต้องดูแลกำลังพลและครอบครัว คนที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศ เราจะไม่ทอดทิ้ง”


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090