ปทุมธานี – สาวพิการทางสายตาขายลอตเตอรี่เข้าแจ้งความถูกโรคจิตตามลวนลาม
ปทุมธานีสาวพิการทางสายตาขายลอตเตอรี่เข้าแจ้งความถูกโรคจิตตามลวนลาม
เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท. พรเจตต์ พร้อมมูล สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ รับแจ้งความร้องทุกข์จาก นางสาวเสาวนีย์ กิริณี อายุ 37 ปี ผู้พิการทางสายตาซึ่งประกอบอาชีพเร่ขายลอตเตอรี่ เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับชายโรคจิตที่ก่อเหตุลวนลามเธอขณะเดินขายลอตเตอรี่อยู่ภายในซอยรังสิต-นครนายก 20 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
นางสาวเสาวนีย์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.30 น. ขณะกำลังเดินเร่ขายลอตเตอรี่อยู่ในซอยดังกล่าว ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขี่เข้ามาใกล้ จากนั้นมีมือมาจี้ที่บริเวณหน้าอก ในตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนมาหยอกล้อจึงเดินต่อไป ทว่าเมื่อเดินไปได้ประมาณ 30 เมตร บุคคลดังกล่าวได้เข้ามาจับหน้าอกอย่างรุนแรงขึ้น ตนจึงใช้ไม้เท้าขาวที่ใช้นำทางเหวี่ยงเพื่อป้องกันตัว

หลังจากนั้นตนยังคงเดินหน้าต่อและแวะขายลอตเตอรี่ให้กับลูกค้า กระทั่งมีคนเดินตามมาประกบทางด้านขวาและใช้มือเอื้อมมาจับหน้าอกอย่างจัง ตนพยายามใช้มือขวาล็อกแขนคนร้ายซึ่งสวมเสื้อแขนยาวเอาไว้ แต่ด้วยความที่มืออีกข้างถือทั้งไม้เท้าและร่มจึงมีแรงไม่พอ พร้อมกับตะโกนถามไปว่า “เฮ้ย เป็นใคร ทำอะไรเนี่ย” คนร้ายจึงรีบวิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์และขี่หลบหนีไปทันที
ผู้เสียหายกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุตนพยายามเดินไปให้ถึงปากซอยให้เร็วที่สุดด้วยความหวาดกลัว แม้ตนจะมองไม่เห็นแต่ก็สามารถแยกแยะและจดจำเสียงเครื่องยนต์ลักษณะคล้ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟได้อย่างชัดเจน การที่เข้าแจ้งความในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้หญิงคนอื่นที่ต้องใช้เส้นทางนี้ ตลอด 4-5 ปีที่ยึดอาชีพนี้มาไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
ขณะที่ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในซอยรังสิต-นครนายก 20 ซึ่งเป็นผู้อาสาขี่รถไปส่งผู้เสียหายที่บ้านเป็นประจำ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าถูกคนร้ายขี่รถมาดักหน้าดักหลังและลวนลามจับหน้าอก ตนรู้สึกรับไม่ได้และมองว่าเป็นการกระทำที่น่าเกลียดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการลงมือกับผู้พิการทางสายตา ซึ่งปกติแล้วตนมักจะขี่รถไปส่งผู้เสียหายโดยไม่คิดค่าโดยสารอยู่บ่อยครั้งด้วยความสงสาร จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก


