ไฟไหม้ป่าพรุทุ่งบางนกออก วันที่ 5 ยังรุนแรง ปภ. นำฮ. ขนน้ำดับไฟ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เดินเท้าลุยสกัดให้อยู่ในวงจำกัด
ไฟไหม้ป่าพรุทุ่งบางนกออก วันที่ 5 ยังรุนแรง ปภ. นำฮ. ขนน้ำดับไฟ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เดินเท้าลุยสกัดให้อยู่ในวงจำกัด
ขณะที่โรงเรียนปิดชั่วคราวทันที หลังควันเข้าปกคลุม จนนักเรียนอยู่ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุป่าพรุทุ่งบางนกออก ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ซึ่งมีชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบหลายหมู่บ้าน ล่าสุดวันนี้ (2 ก.ย.69) ช่วงเวลาประมาณ 11.30 น. ไฟป่าปะทุรุนแรงอีกครั้ง จนมีกลุ่มควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เห็นได้จากระยะไกล ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา ระดมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักร เครื่องฉีดน้ำระยะไกลเข้าพื้นที่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยงาน โดยพบว่าจุดศูนย์กลางของไฟป่าอยู่บริเวณพื้นที่กลางป่า ทำให้การเข้าดับไฟเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ด้านนายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์ในขณะนี้ยังคงทรงตัว แต่ยังมีจุดที่ไฟปะทุขึ้นมาใหม่ 2 จุดสำคัญ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รถดับเพลิงทางบกไม่สามารถเข้าไปถึงได้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. จึงสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง KA-32 มาช่วยปฏิบัติการทางอากาศเพื่อดับไฟ โดยเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ มีภารกิจปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งใกล้เคียง และจะสลับมาช่วยสนับสนุนการดับไฟจุดนี้จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น
ส่วนการดับไฟป่าภาคพื้นดิน ศูนย์ปฏิบัติการ ได้แบ่งพื้นที่การทำงานออกเป็น 5 จุด ปฏิบัติการ มีการติดตั้งเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลเพิ่มเติมในพื้นที่หมู่ที่ 8 ซึ่งยังมีกลุ่มควันค่อนข้างมาก พร้อมทั้งนำรถดับเพลิงขนาดใหญ่ความจุ 10,000 ลิตร ทำหน้าที่เป็นศูนย์จ่ายน้ำโมบายล์ เพื่อสนับสนุนน้ำให้กับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟ เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.42 และกองพันทหารพรานที่ 46 ในการลากสายดับเพลิงเดินหน้าเข้าลุยดับไฟในพื้นที่เกิดเหตุ ส่วนกำลังพล วันนี้ได้รับกำลังเสริมเข้ามาจากหลายหน่วยงาน โดยมีการบริหารจัดการสับเปลี่ยนหมุนเวียน ให้เจ้าหน้าที่ชุดที่ปฏิบัติงานหนักติดต่อกันในวันก่อนหน้าได้พักผ่อน และนำกำลังชุดใหม่เข้าปฏิบัติการแทน ซึ่งกำลังที่พักผ่อนจะหมุนเวียนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อในวันถัดไป ทั้งนี้ ประเมินว่าปัจจุบันสามารถ “ควบคุมสถานการณ์ได้” แต่การทำให้ไฟดับสนิททั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ในพื้นที่ป่าพรุยังเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

ทั้งนี้ จากข้อมูลของนักบินและรายงานสภาพอากาศในพื้นที่หาดใหญ่และริมชายฝั่งทะเล เริ่มมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว แม้ในพื้นที่เกิดเหตุ ยังมีแดดออกอยู่เป็นระยะ แต่หวังว่ากลุ่มฝนจะเคลื่อนตัวเข้ามาช่วยบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะยังคงปักหลักปฏิบัติการอย่างเต็มที่ ทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ ควบคู่ไปกับการลุ้นให้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติช่วยคลี่คลายสถานการณ์อีกทางหนึ่ง
ขณะที่ นางสาวอรณัฎฐ์ อภิรดีวรนนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปากจ่าวิทยา อำเภอควนเนียง ซึ่งอยู่ใกล้จุดไฟไหม้ป่าที่อยู่หลังโรงเรียน ก็เปิดเผยว่า โรงเรียนได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ป่าพรุ โดยมีหมอกควันไฟป่าเริ่มพัดเข้าปกคลุมบริเวณโรงเรียนต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนและสุขภาพของนักเรียน และวันนี้กลุ่มควันถือว่าหนาแน่นพอสมควร ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ “ทิศทางลม” ที่เปลี่ยนทิศพัดพากลุ่มควันไฟป่าตรงเข้ามายังบริเวณโรงเรียนโดยตรง จากที่เมื่อวานนี้ลมพัดกลุ่มควันไปอีกฝั่งหนึ่ง ทางโรงเรียน จึงแจกหน้ากากอนามัยให้นักเรียนสวมใส่ พร้อมแนะนำวิธีการดูแลและป้องกันตนเองจากฝุ่นควันไฟป่าตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีนักเรียนประมาณ 3-4 คน ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุไฟไหม้ป่าโดยตรง ส่วนการจัดการเรียนการสอนต้องประเมินแบบ “วันต่อวัน” โดยเมื่อวานนี้ ยังทำการสอนได้ตามปกติ เนื่องจากลมพัดควันไปทางอื่น ส่วนวันนี้ช่วงเช้าสภาพอากาศยังดี ท้องฟ้าโปร่ง แต่เมื่อถึงช่วงเที่ยง ควันไฟเริ่มกลับมาหนาทึบและส่งผลกระทบอีกครั้ง ทางโรงเรียนจึงตัดสินใจปรับแผน ปล่อยให้นักเรียนพักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำการสั่งหยุดเรียนและปล่อยนักเรียนกลับบ้านทันทีเพื่อความปลอดภัย
ผอ.โรงเรียนปากจ่าวิทยา ยังบอกว่า ตนมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ 3 ปี ครั้งนี้ถือเป็นปีแรกที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันรุนแรงเช่นนี้ โดยจากการสอบถามครูเก่าแก่ในโรงเรียนทราบว่า เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าพรุในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อประมาณปี 2562

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

