สยบดราม่า! ขายบนของทางม้าลาย จราจร -เทศกิจหาดใหญ่ ลงพื้นที่คืนผิวถนน
สยบดราม่า! ขายบนของทางม้าลาย จราจร -เทศกิจหาดใหญ่ ลงพื้นที่คืนผิวถนน
จราจร -เทศกิจหาดใหญ่ลงพื้นที่จัดระเบียบร้านค้ารุกล้ำทางม้าลาย สั่งย้ายพ้นผิวจราจร เปิดข้อกฎหมายฝ่าฝืนมีโทษปรับ

จากกรณีร้านค้าตั้งโต๊ะจำหน่ายสินค้าบนผิวจราจรและบริเวณทางม้าลาย บริเวณถนนสาครมงคล ซอย 4 ตรงข้ามร้านอาหารไก่ใต้น้ำ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ใช้ทางข้าม รวมถึงมีการเข้าใจผิดเชื่อมโยงกับร้านอาหารบริเวณใกล้เคียง
ล่าสุด วันที่ 10 กันยายน 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและจัดระเบียบ โดยสายตรวจเทศกิจ ชุดที่ 04 เข้าชี้แจงและขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้เคลื่อนย้ายสินค้า โต๊ะ และอุปกรณ์ประกอบการค้าออกจากแนวผิวจราจรและพื้นที่ทางม้าลาย
ขณะเดียวกัน สภ.หาดใหญ่ โดย พ.ต.อ.มาชา แก้วทอง ผกก.สภ.หาดใหญ่ ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรเข้าตรวจสอบพื้นที่ในช่วงเช้า พบว่าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และย้ายจุดตั้งร้านเข้าไปภายในพื้นที่หน้าบ้านของตนเอง ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ทำให้ไม่มีการตั้งวางสิ่งของรุกล้ำผิวจราจรหรือกีดขวางทางม้าลาย
เจ้าหน้าที่ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ ขอให้ประกอบการค้าโดยไม่รุกล้ำผิวจราจร ทางเท้า หรือทางม้าลาย และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนและคนเดินเท้าเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและร่วมกันรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองหาดใหญ่
สำหรับการตั้งวางหรือจำหน่ายสินค้าบนถนน ทางเท้า หรือบริเวณทางข้าม อยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับ โดยมีข้อกำหนดและบทลงโทษแตกต่างกันตามลักษณะการกระทำและพื้นที่ ดังนี้
1. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 19 ห้ามตั้ง วาง หรือกองวัตถุใด ๆ บนถนนหรือทางเท้า หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย
มาตรา 20 ห้ามปรุงอาหาร ขาย หรือจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือสถานสาธารณะ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายหรือเจ้าพนักงานอนุญาต
2. พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522
มาตรา 114 ห้ามวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร รวมถึงบริเวณทางข้าม เว้นแต่ได้รับอนุญาต โดยมีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ บทลงโทษจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าเป็นการกระทำในลักษณะใด และพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับใด จึงควรพิจารณาเป็นกรณีไป

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

