ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

พังงา-ผู้ว่าพังงา ชวนชิม “กุ้งเสือพังงา” เลี้ยงใกล้ชิดธรรมชาติ ชูเนื้อแน่น หวานกรอบ เล็งเพิ่มช่องทางตลาดยกระดับราคาเกษตรกร

พังงา-ผู้ว่าพังงา ชวนชิม “กุ้งเสือพังงา” เลี้ยงใกล้ชิดธรรมชาติ ชูเนื้อแน่น หวานกรอบ เล็งเพิ่มช่องทางตลาดยกระดับราคาเกษตรกร
ผู้ว่าฯ พังงา ลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงกุ้งลายเสือหรือกุ้งกุลาดำพรีเมี่ยม ชู “กุ้งเสือพังงา” สินค้าเกษตรคุณภาพของจังหวัด จุดเด่นเลี้ยงนาน 8–9 เดือน ได้กุ้งไซซ์ใหญ่ เนื้อแน่น เด้ง หวานกรอบ ไม่มีกลิ่นคาว พร้อมหารือเกษตรกรเพิ่มช่องทางการตลาด หวังสร้างมูลค่าและยกระดับราคาสินค้า

นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงกุ้งแสงทองวัฒนา ของนายวัฒนา รังสินารา หรือ “โกวัฒน์” ตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งกุลาดำพรีเมี่ยม หรือ “กุ้งเสือพังงา” โดยคณะได้เยี่ยมชมกระบวนการบริหารจัดการฟาร์ม พร้อมพูดคุยรับฟังข้อมูล ปัญหา และความต้องการของเกษตรกร เพื่อร่วมกันหาแนวทางส่งเสริมและพัฒนาช่องทางจำหน่ายกุ้งกุลาดำพรีเมี่ยมของจังหวัดพังงาให้มีความหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากช่องทางการจำหน่ายตามปกติ
นายอลงกรณ์ รังสินารา เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เปิดเผยว่า ฟาร์มให้ความสำคัญกับการเลี้ยงกุ้งโดยไม่ใช้สารเคมี มีการควบคุมเชื้อโรคแ ละแบคทีเรียภายในบ่อด้วยการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ตามคำแนะนำของสำนักงานประมงจังหวัดพังงา เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ช่วยย่อยสลายของเสียและยับยั้งแบคทีเรียที่ไม่พึงประสงค์ หลังจับกุ้งแต่ละรอบ ฟาร์มจะทำความสะอาดบ่อและนำของเสียบริเวณก้นบ่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด โดยไม่ปล่อยลงสู่ธรรมชาติ ขณะที่กากของเสียหลังผ่านการบำบัดยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตปุ๋ยชีวมวลได้อีกด้วย สำหรับการเลี้ยงกุ้ง นอกจากให้อาหารตามปกติแล้ว ยังนำวิธีการเลี้ยงแบบธรรมชาติมาใช้ โดยมีการเลี้ยงหอยเพื่อเป็นอาหารเสริมให้กับกุ้ง แต่ละบ่อมีลูกกุ้งประมาณนับล้านตัว และขยายระยะเวลาการเลี้ยงจากปกติประมาณ 5–6 เดือน เป็น 8–9 เดือน เพื่อให้กุ้งมีระยะเวลาเจริญเติบโตเต็มที่ ส่งผลให้ได้กุ้งขนาดใหญ่ประมาณ 10–13 ตัวต่อกิโลกรัมจุดเด่นของกุ้งจากฟาร์มคือ เนื้อแน่น เด้ง กรอบ หวาน หอม และไม่มีกลิ่นคาว จึงมีคุณภาพในระดับพรีเมี่ยม สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งกุ้งเผา กุ้งอบเกลือ กุ้งซอสมะขาม รวมถึงรับประทานสดในรูปแบบซาชิมิ
นายไพรัตน์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เยี่ยมชมกระบวนการบริหารจัดการฟาร์มและได้ทดลองชิมกุ้งสดจากบ่อ ทำให้เห็นถึงคุณภาพของกุ้งกุลาดำพรีเมี่ยมจังหวัดพังงา หรือ “กุ้งเสือพังงา” ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งขนาด สีสัน และรสชาติ โดยกุ้งมีตัวใหญ่ สีส้มเข้มสด เนื้อแน่น และที่สำคัญไม่มีกลิ่นโคลนหรือกลิ่นคาวรบกวนรสชาติ“กุ้งเสือพังงา” ยังสะท้อนถึงแนวทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่พยายามอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยพื้นที่ฟาร์มตั้งอยู่ในบริบทของระบบนิเวศทะเลอ่าวพังงาและพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของจังหวัด เกษตรกรนำหลักการจัดการน้ำและระบบจุลินทรีย์มาใช้ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการเลี้ยงกุ้งที่มีคุณภาพและลดผลกระทบต่อธรรมชาติ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวเพิ่มเติมว่า กุ้งเสือพังงาเป็นอีกหนึ่งสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพและมีคุณภาพ สามารถนำไปต่อยอดเป็นวัตถุดิบสำหรับเมนูอาหารได้หลากหลาย จึงควรเร่งประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ และเพิ่มช่องทางการตลาดให้มากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าโดยตรง และช่วยยกระดับมูลค่าและราคากุ้งให้แก่เกษตรกรในจังหวัดพังงา พร้อมชูแนวคิด “กุ้งเสือพังงา…กุ้งพรีเมี่ยมจากธรรมชาติ” เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของสินค้าเกษตรพังงาที่เชื่อมโยงคุณภาพอาหารกับวิถีการเพาะเลี้ยงและทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัด“กินกุ้งพรีเมี่ยม ต้องกินกุ้งเสือพังงา”ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือสั่งซื้อกุ้งสดจากแหล่งผลิตโดยตรงได้ที่ แสงทองวัฒนาฟาร์มและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งยักษ์พังงา โทร. 093-232-4165


อโนทัย งานดี/พังงา/081-0836530