ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ย้อนรอย แฟ้มข่าว 3 ปมฉาววงการสงฆ์มุกดาหาร จากวัดดานพระอินทร์ถึง 2 กรณีคำชะอี—บทเรียนศรัทธาที่รอระบบตรวจสอบ

สำนักข่าวทั่วไทยนิวส์
เหยี่ยวข่าวพญายม 915
ศูนย์ข่าวภูมิภาคตะวันออก
เฉียงเหนือออนไลน์

ย้อนรอย แฟ้มข่าว 3 ปมฉาววงการสงฆ์มุกดาหาร จากวัดดานพระอินทร์ถึง 2 กรณีคำชะอี—บทเรียนศรัทธาที่รอระบบตรวจสอบ

มุกดาหาร – ย้อนรอย 3 กรณีร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงชู้สาวของพระสงฆ์ในจังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่กรณี “พระอาจารย์พล” วัดดานพระอินทร์ อำเภอนิคมคำสร้อย จนถึงพระอีก 2 รูปในพื้นที่อำเภอคำชะอี ซึ่งแต่ละกรณีมีทั้งข้อกล่าวหา หลักฐานการสนทนา ภาพถ่าย และกระบวนการตรวจสอบของคณะสงฆ์ ก่อนที่บางรูปจะตัดสินใจลาสิกขา

กรณีแรกเกิดเป็นข่าวใหญ่ช่วงเดือนมกราคม 2568 เมื่อหญิงอดีตแม่ชีออกมากล่าวหาพระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ “พระอาจารย์พล” อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ ตำบลร่มเกล้า อำเภอนิคมคำสร้อย ว่าเคยมีความสัมพันธ์กัน พร้อมนำคลิปเสียง ข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และหลักฐานการโอนเงินเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ

หญิงผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ความสัมพันธ์เริ่มต้นตั้งแต่ประมาณปี 2560 และยุติลงในปี 2567 ขณะที่พระอาจารย์พลปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิดถึงขั้นเสพเมถุน พร้อมระบุว่าตนเองถูกกลั่นแกล้งและไม่ได้รับความเป็นธรรม

ภายหลังคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบสวนข้อเท็จจริง มีรายงานว่าพฤติการณ์บางส่วนมีมูล แต่พยานหลักฐานในขณะนั้นยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยว่าเป็นความผิดถึงขั้นปาราชิก จึงมีคำสั่งให้พระอาจารย์พลออกจากวัดดานพระอินทร์ภายใน 7 วัน

วันที่ 21 มกราคม 2568 พระอาจารย์พลได้กล่าวลาพระ แม่ชี และญาติโยม ก่อนเดินทางออกจากวัดตามคำสั่งของคณะสงฆ์ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลข่าวที่เผยแพร่ในขณะนั้น ยังไม่มีข้อยืนยันชัดเจนว่าได้ลาสิกขาทันทีหรือย้ายไปจำพรรษาและปฏิบัติธรรมในสถานที่อื่น

กรณีที่สองเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอคำชะอี เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 หลังชายอายุ 58 ปี นำหลักฐานการสนทนาระหว่างพระสายมูรูปหนึ่งกับภรรยาอายุ 50 ปี เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร โดยกล่าวหาว่าการติดต่อพูดคุยมีลักษณะเกินขอบเขต ส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัว จนภรรยาขอแยกทางและทิ้งลูก 2 คนไว้ให้ผู้เป็นสามีดูแล

ผู้ร้องระบุว่ารู้จักพระรูปดังกล่าวมาประมาณ 4 ปี จากการเดินทางไปทำบุญที่สำนักสงฆ์ ต่อมาได้พบข้อความสนทนาระหว่างพระกับภรรยา จึงนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการร้องเรียนและอุทธรณ์ผลการพิจารณาของฝ่ายปกครองคณะสงฆ์

คณะกรรมการฝ่ายสงฆ์จังหวัดมุกดาหารตรวจสอบแล้วระบุว่า พระภิกษุที่ถูกร้องเรียนกระทำผิดพระวินัยครุกาบัติ ในส่วนของอาบัติสังฆาทิเสส และกำหนดให้เข้าปริวาสกรรมตามจำนวนวันที่ปกปิดอาบัติไว้

ต่อมาพระรูปดังกล่าวตัดสินใจลาสิกขาเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่า แม้การกระทำจะไม่ถึงขั้นปาราชิก แต่ถือเป็นพฤติกรรมที่กระทบต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์ในวงกว้าง

กรณีที่สามเกิดขึ้นวันที่ 24 มีนาคม 2569 เมื่อหญิงรายหนึ่งเผยแพร่ภาพกอดจูบกับชายแต่งกายคล้ายพระ พร้อมกล่าวหาว่าเป็นพระในอำเภอคำชะอี มีความสัมพันธ์กับตนจนตั้งครรภ์ แต่ไม่ยอมรับและให้ไปทำแท้ง ก่อนจะหันไปติดต่อหญิงคนอื่น

หลังข้อความและภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์แชร์ออกไปเป็นวงกว้าง ก่อนที่หญิงผู้โพสต์จะลบข้อความและปิดบัญชีเฟซบุ๊กในเวลาต่อมา

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดแห่งหนึ่งในบ้านหนองบง ตำบลหนองเอี่ยน อำเภอคำชะอี พบพระอายุ 39 ปี บวชมาแล้ว 19 พรรษา ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับภาพดังกล่าว พระรูปนี้ยอมรับว่าบุคคลในภาพมีใบหน้าและรอยสักบริเวณมือคล้ายตนเอง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ตน และไม่เคยมีความสัมพันธ์กับหญิงผู้โพสต์ พร้อมประกาศว่าจะเข้าแจ้งความเพื่อปกป้องชื่อเสียง

ต่อมามีรายงานจากสื่อบางแห่งว่า พระรูปดังกล่าวตัดสินใจลาสิกขาในช่วงเย็นวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏรายงานผลสอบอย่างเป็นทางการจากคณะสงฆ์หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหารว่า ข้อกล่าวหาเรื่องความสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ และการให้ทำแท้งเป็นความจริงหรือไม่

ทั้ง 3 กรณีสะท้อนปัญหาที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของพุทธศาสนิกชน พร้อมทำให้สังคมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบกำกับดูแลพระสงฆ์ การรับเรื่องร้องเรียน ความรวดเร็วในการตรวจสอบ และการเปิดเผยผลการพิจารณาอย่างโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม การนำเสนอแต่ละกรณีจำเป็นต้องแยกข้อกล่าวหาของผู้ร้องออกจากข้อเท็จจริงที่คณะสงฆ์หรือหน่วยงานรัฐตรวจสอบแล้วอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่คู่กรณียังให้ข้อมูลขัดแย้งกัน และยังไม่มีผลสอบอย่างเป็นทางการมายืนยันข้อกล่าวหาทั้งหมด

สังคมไม่ได้ต้องการเพียงการลาสิกขาเพื่อให้กระแสข่าวยุติลง แต่ต้องการกระบวนการตรวจสอบที่ตรงไปตรงมา เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสามารถตอบคำถามได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครต้องรับผิดชอบ และจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีกได้อย่างไร

ภาพอ้างอิง: ไทยรัฐ •Thai
PBS • AMARIN NEWS
ภาพ.ข่าว: ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
ยอดขุนศึกพญายม 915 รายงาน ติดต่อประสานงาน
รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ผ่านสื่อ 082-152-3279