หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองด้านการพัฒนากีฬา ครั้งที่ 11/2569 ที่ห้องประชุม1 ชั้น4 การกีฬาแห่งประเทศไทย
หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองด้านการพัฒนากีฬา ครั้งที่ 11/2569 ที่ห้องประชุม1 ชั้น4 การกีฬาแห่งประเทศไทย “บิ๊กแก้ว” รศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ นายกสมาคมยูยิตสูฯในฐานะบอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่มีการแบ่งเกรดสมาคมกีฬาเพื่อจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนล่าสุดทางผู้ว่าฯ “ก้องศักด ยอดมณี” ให้ชะลอเรื่องการแบ่งเกรดสมาคมกีฬาแล้วให้ทางฝ่ายเป็นเลิศเป็นผู้พิจารณา ตอนนี้หลายสมาคมกีฬาอยากให้มีการแบ่งกลุ่มกันใหม่ ทุกคนไม่ได้ติดเรื่องการจัดแบ่งกลุ่มเพราะถือเป็นนโยบายที่ดีแต่ ติดที่ขั้นตอนคนให้ข้อมูลคนทำข้อมูล หรือเรื่องธรรมาภิบาลยังไม่เป็นมืออาชีพ เช่นกีฬาประเภททีมกับกีฬาประเภทบุคคลยังไงก็ต่างกันไม่สามารถจะให้ในงบประมาณที่เท่ากันได้ ตรงจุดนี้คงต้องไปคุยกันใหม่ และเป็นมติของทางคณะกรรมการโอลิมปิกไทยมอบหมายให้ตนเป็นผู้มาเจรจาพูดคุย และไม่ขอรับการแบ่งกลุ่มแบบนี้
รศ.ดร.ชาญชัย กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันงบประมาณในการเก็บตัวเพื่อเตรียมซีเกมส์ครั้งหน้าที่มาเลเซีย ปี 2570 ก็ไม่สามารถมาร่วมรวมกับการแบ่งเกรดครั้งนี้ได้ เพราะบางชนิดกีฬาประเทศทีมใช้งบประมาณที่สูงมาก ตอนนี้ผู้ว่าก้องศักด ขอให้มีการทบทวนใหม่ คงต้องให้ทางกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติพูดคุยกับทางฝ่ายเป็นเลิศเพราะตอนนี้เงินทางฝ่ายเป็นเลิศลดเหลือแค่ 1.3 พันล้าน จากสมัยก่อน 2.1 พันล้าน ไม่รวมเงินรางวัล ปัจจุบันรวมเงินรางวัลแล้วเหลือ 1.9 พันล้าน ปัจจุบันมักจะมีอิเวนต์แปลกๆใหม่ๆ เยอะเกินไป จริงๆแล้วควรใช้เงิน ประจำให้พอก่อน แล้วค่อยนำไปใช้กับการจัดอิเวนต์

”การแบ่งเกรดปกติดูจากผลงานแต่บางครั้งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันบางสมาคมมีผลงานดี แต่กลับได้คะแนนศูนย์หรือต่ำมาก อยากรู้คนที่ทำระบบหรือคนที่ประเมินให้คะแนนอย่างไรควรมีการออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน และโปร่งใสกว่านี้ จริงๆแล้วควรมีการส่งข้อมูลหรือขั้นตอนให้ทางฝ่ายเป็นเลิศมีการตรวจสอบและประเมินอีกครั้งก่อนพิจารณา วันนี้เป็นกองทุนที่เป็นฝ่ายดำเนินการทั้งหมด ผมว่าระบบดีแต่คนที่นำไปใช้เป็นเครื่องมือทำไม่ถูก ที่มาพูดวันนี้ไม่ได้มีตัวเลขในใจว่าต้องการเงินสนับสนุนเท่าไหร่เพียงแต่ต้องการตัวเลขที่ถูกต้องและโปร่งใส ไม่ใช่สมาคมไหนที่สนิทก็ได้เยอะ ควรวัดกันที่ผลงานมากกว่า“ รศ.ดร.ชาญชัย กล่าวตอนท้าย


