ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ลพบุรี อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี บูรณาการร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ในโรงเรียนโคกสำโรงวิทยา ฝึกครู นักเรียน และบุคลากรรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินตามหลัก “หนี ซ่อน สู้” พร้อมประสานหน่วยแพทย์ร่วมฝึกซ้อมแผนฯ

ลพบุรี อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี บูรณาการร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ในโรงเรียนโคกสำโรงวิทยา ฝึกครู นักเรียน และบุคลากรรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินตามหลัก “หนี ซ่อน สู้” พร้อมประสานหน่วยแพทย์ร่วมฝึกซ้อมแผนฯ

15 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่โรงเรียนโคกสำโรงวิทยา อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอโคกสำโรง สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดินหน้าสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา จัดซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ Active Shooter หรือ “หนี ซ่อน สู้” เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง

โดยการนำของพ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต
ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอโคกสำโรง
(ตำรวจชุดชุมชนสัมพันธ์) เจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวน พร้อมคณะกรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ พยาบาล ร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ Active Shooter “หนี ซ่อน สู้” ณ โรงเรียนบ้านโคกสำโรงวิทยา อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

ก่อนการซักซ้อม เจ้าหน้าที่ได้ประชุมชี้แจงขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติให้แก่ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้เข้าใจบทบาทและลำดับการปฏิบัติเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบล่วงหน้า เพื่อสร้างความเข้าใจและป้องกันความตื่นตระหนกจากการฝึกซ้อม มีนักเรียน คณะครูร่วมซ้อมแผนจำนวน 1,900 คนร่วมซักซ้อมแผน

หลักปฏิบัติ “หนี ซ่อน สู้” (Run, Hide, Fight)
1. หนี (Run): วิ่งหนีออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัยทันทีเมื่อรู้ตัวว่ามีอันตราย
2. ซ่อน (Hide): หากหนีไม่พ้น ให้หาห้องที่แข็งแรง ล็อกประตู ปิดไฟ และเงียบเสียงเพื่อซ่อนตัว
3. สู้ (Fight): เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อเผชิญหน้าและไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้ ให้ใช้สิ่งของรอบตัวร่วมมือกันต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

วัตถุประสงค์หลักของการฝึกซ้อมตามแผนงานของการฝึกซ้อมมีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ
1. สร้างความรู้และทักษะ
2. เพื่อให้ประชาชน ครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่ สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าและลดความกดดันเมื่อเผชิญเหตุวิกฤตได้ลดความสูญเสีย
3. เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของผู้อยู่ในเหตุการณ์ทดสอบระบบการประสานงาน ตรวจสอบความพร้อมของระบบแจ้งเตือนภัย การสื่อสาร และการเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างทันท่วงที การซักซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้เข้าร่วมจากทุกภาคส่วนสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนของแผนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมทั้งมีความเข้าใจมากขึ้นว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรหากเกิดเหตุจริง เพื่อเพิ่มความพร้อมในการป้องกันและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินภายในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว