“NARA OLD TOWN” เปิดเมืองเก่าให้มีชีวิต! นราธิวาสชวนเที่ยว “ตรอกพิธาน” สัมผัสเรื่องเล่าบ้านเกิด ผ่านอาหาร ศิลปะ ดนตรี และพลังคนรุ่นใหม่
นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์
“NARA OLD TOWN” เปิดเมืองเก่าให้มีชีวิต! นราธิวาสชวนเที่ยว “ตรอกพิธาน” สัมผัสเรื่องเล่าบ้านเกิด ผ่านอาหาร ศิลปะ ดนตรี และพลังคนรุ่นใหม่
เปิดเทศกาลเมืองเก่านราธิวาส “NARA OLD TOWN” ชวนเปิดประสบการณ์เที่ยวเมืองผ่านวิถีชุมชนตลาดเก่า ดึงเยาวชนร่วมเป็นนักเล่าเรื่อง–นำชม–ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว หวังต่อยอดเมืองเก่าสู่พื้นที่เรียนรู้ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

จาก “ตรอกเก่า” ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของวันวาน สู่พื้นที่ท่องเที่ยวที่กำลังถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เมื่อชุมชนตลาดเก่า (ตรอกพิธาน) เทศบาลเมืองนราธิวาส กลายเป็นจุดนัดหมายของคนรักเมือง ประวัติศาสตร์ อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และเรื่องราวท้องถิ่น ในงาน เทศกาลเมืองเก่านราธิวาส “NARA OLD TOWN” ที่มุ่งชวนผู้มาเยือน “เที่ยวให้ลึกกว่าการมาเยือน” ด้วยการทำความรู้จักบ้านเมืองผ่านสายตาของคนในชุมชนและคนรุ่นใหม่
วันนี้ (26 กันยายน 2569) ที่บริเวณชุมชนตลาดเก่า (ตรอกพิธาน) เทศบาลเมืองนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดเทศกาลเมืองเก่านราธิวาส NARA OLD TOWN โดยมี นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช กรรมการผู้จัดการบริษัท รู้รักสามัคคีนราธิวาส (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน เยาวชน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง
โดยบรรยากาศภายในงานถูกออกแบบให้ผู้มาเยือนได้ค่อย ๆ “เดินเข้าไปทำความรู้จักเมืองนราธิวาส” ผ่านทั้งเสียงดนตรี เรื่องเล่าจากชุมชน อาหาร วิถีชีวิต ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตลอดจนกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนและเยาวชนเข้ามามีบทบาทในการนำเสนอเสน่ห์ของบ้านเกิด
นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช กล่าวว่า เมืองนราธิวาสมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีต้นทุนที่หลากหลาย ทั้งวัฒนธรรม ศาสนา วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของผู้คนในชุมชน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับการพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า ซึ่งสะท้อนเรื่องราวและอัตลักษณ์ของเมืองนราธิวาสได้อย่างชัดเจน การจัดเทศกาลเมืองเก่านราธิวาสครั้งนี้ จึงต้องการทำให้พื้นที่เมืองเก่าไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่ผู้คนเดินผ่าน แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนได้ “หยุดดู หยุดฟัง หยุดชิม และทำความรู้จัก” กับเรื่องราวของเมือง ผ่านอาหาร ศิลปวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ วิถีชีวิต และเรื่องเล่าของคนในชุมชน พร้อมสร้างโอกาสให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการนำเสนอสิ่งที่เป็นตัวตนของพื้นที่
ขณะเดียวกัน การจัดงานยังมุ่งกระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยภายในชุมชน เพื่อสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในพื้นที่ โดยวางเป้าหมายให้เมืองเก่านราธิวาสสามารถพัฒนาไปพร้อมกับการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่การเปลี่ยนเมืองเก่าให้สูญเสียตัวตน
“NARA OLD TOWN” จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลเพื่อสร้างสีสันให้กับเมือง แต่เป็นอีกก้าวของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน เพื่อร่วมกันดูแล ฟื้นฟู และพัฒนาเมืองเก่านราธิวาสให้เป็นพื้นที่ที่มีชีวิต มีคุณค่า และสามารถส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน” นายปกรณ์กล่าว
ด้าน นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสมีต้นทุนทางการท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหาร ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงความหลากหลายของผู้คนและชุมชน ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน สิ่งที่น่าสนใจของเทศกาลครั้งนี้ คือการเปิดพื้นที่ให้ “เยาวชน” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเมืองเก่า ไม่ใช่เพียงในฐานะผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวของบ้านเกิด ฝึกทักษะการเล่าเรื่อง การนำชม และการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว ผ่านการลงพื้นที่จริงในย่านชุมชนตลาดเก่าและชุมชนกาแลตาแป
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวเพิ่มเติมว่า เยาวชนจะไม่ได้เรียนรู้เพียงการเป็นผู้นำชม แต่จะได้ “รู้จักบ้านของตนเอง เข้าใจคุณค่าของชุมชน และถ่ายทอดเรื่องราวด้วยความภาคภูมิใจ” ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและพัฒนาการท่องเที่ยวของเมืองนราธิวาส สามารถบอกเล่าเรื่องราวบ้านเกิดด้วยความรู้ ความเข้าใจ และความภาคภูมิใจ
สำหรับกิจกรรมภายในเทศกาลเมืองเก่านราธิวาส NARA OLD TOWN วันนี้ เริ่มสร้างบรรยากาศด้วยการแสดงดนตรีเบา ๆ การแสดงดนตรีไวโอลินโดย อาจารย์ประเสริฐ ศิริกุล ศิลปินอาวุโส และครูดนตรีผู้สืบสานมรดกทางดนตรีของเมืองนราธิวาส เติมบรรยากาศเมืองเก่าด้วยเสียงดนตรีที่เชื่อมโยงผู้คนกับรากวัฒนธรรมของพื้นที่
และเปิดมุมมองเรื่อง “การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน” โดย ดร.อมรวรรณ เรศานนท์ ผู้จัดการโครงการ SDG Localization, UNDP Thailand
โดยไฮไลต์อีกช่วงหนึ่งคือการเดินเยี่ยมชมกิจกรรม พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการนำเสนอเรื่องราวของเมืองผ่าน ตัวแทนเยาวชนนักคุเทศก์น้อย ตัวแทนชุมชนตลาดเก่า ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจังหวัดนราธิวาส และ Workshop การเป็นบาริสตา ซึ่งช่วยเติมมิติใหม่ให้การเที่ยวเมืองเก่าเชื่อมโยงทั้งเรื่องราว วัฒนธรรม และทักษะสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่
และเมื่อแสงแดดลับขอบฟ้า เมืองเก่าจะเปลี่ยนบรรยากาศเข้าสู่ช่วงค่ำ ปิดท้ายด้วยการชม การแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ใช้เวลาอยู่กับเมืองเก่านราธิวาสในอีกมิติหนึ่ง ก่อนเดินทางกลับพร้อมเรื่องราวและความประทับใจจากชุมชน
อย่างไรก็ตามเทศกาล NARA OLD TOWN จึงเปรียบเสมือนการชวนออกเดินทางไปค้นหา “เมืองนราธิวาสในมุมที่อาจไม่เคยเห็น” เพราะเสน่ห์ของเมืองเก่าไม่ได้อยู่เพียงในอาคารหรือถนนสายเดิม หากแต่อยู่ใน ผู้คน อาหาร เสียงดนตรี เรื่องเล่า ความทรงจำ และภูมิปัญญาที่ถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง และเมื่อเยาวชนได้เป็นผู้เล่าเรื่อง นักท่องเที่ยวได้เป็นผู้ฟัง และชุมชนได้เป็นเจ้าของเรื่องราวด้วยตัวเอง “เมืองเก่านราธิวาส” จึงไม่ได้เพียงย้อนกลับไปมองอดีต แต่กำลังใช้เรื่องราวจากอดีตสร้างอนาคตให้กับชุมชน ทั้งในมิติการเรียนรู้ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เติบโตไปพร้อมกับคนในพื้นที่


