น้ำท่วมพาดหัวข่าว

ปทุมธานี – ระดมบิ๊กแบ็กอุดรอยรั่วคลองระพีพัฒน์หวั่นซ้ำรอยพนังแตกปี 54ป้องน้ำไหลเข้าคลองรังสิต

ปทุมธานีระดมบิ๊กแบ็กอุดรอยรั่วคลองระพีพัฒน์หวั่นซ้ำรอยพนังแตกปี 54ป้องน้ำไหลเข้าคลองรังสิต

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยในช่วงเช้าพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจนไหลเอ่อเข้าท่วมจุดกลับรถใต้สะพานปทุมธานี 1 ฝั่งเทคนิค ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 40 เซนติเมตร เนื่องจากลักษณะผิวการจราจรเป็นแอ่งกระทะ ทำให้รถเล็กสัญจรด้วยความยากลำบาก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงปทุมธานีได้เร่งวางแนวกระสอบทรายเพื่อตั้งคันกั้นน้ำ และเตรียมสูบน้ำออกจากพื้นผิวการจราจร


ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งจุดสำคัญทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดปทุมธานี บริเวณถนนเลียบคลองแอน 5-6 หมู่ที่ 16 ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย น.ส.อภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอคลองหลวง, นายอัศวิน วงค์นาค นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองห้า, นายสามารถ ช่ำชอง สมาชิก อบต.คลองห้า หมู่ที่ 16 และนายอำนาจ สมศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 16 ได้รุดลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมนำเครื่องจักรกลหนักเข้าแก้ไขจุดเสี่ยงอย่างเร่งด่วน
จุดดังกล่าวเป็นบริเวณที่ทางหลวงชนบทกำลังซ่อมแซมผิวการจราจร ส่งผลให้น้ำจากคลองระพีพัฒน์ไหลซึมข้ามเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งนำถุงบิ๊กแบ็กบรรจุทรายมาวางเป็นแนวเสริมความแข็งแรงป้องกันแรงดันน้ำ พร้อมใช้รถแบ็กโฮสร้างคันดินตลอดระยะทางประมาณ 40-50 เมตร และนำหินคลุกมาปิดทับด้านบน ทั้งนี้ ปริมาณน้ำในคลองระพีพัฒน์ซึ่งรับน้ำที่สูบออกจากคลองซอยต่างๆ รวมถึงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีระดับเพิ่มสูงขึ้นจนเสมอพื้นถนนในบางจุดแล้ว


ด้านนายสามารถ ช่ำชอง สมาชิก อบต.คลองห้า หมู่ที่ 16 เปิดเผยว่า จุดที่สุ่มเสี่ยงนั้นมีการขุดดินผิวทางออกเพื่อก่อสร้างใหม่ ทำให้น้ำจากคลองระพีพัฒน์ไหลเอ่อและซึมเข้ามาในพื้นที่ชั้นในของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเชื่อมต่อกับคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ทางด้านนายอัศวิน วงค์นาค นายก อบต.คลองห้า จึงได้สั่งการให้นำรถแบ็กโฮและถุงบิ๊กแบ็กมาตั้งแนวป้องกันอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาสมทบเพิ่มเติม
นายสามารถ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากปล่อยให้น้ำไหลทะลักเข้ามาทางจุดนี้ได้ พื้นที่อำเภอคลองหลวงทั้งหมดจะถูกน้ำท่วมขัง และมวลน้ำจะไหลหลากไปรวมกันที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ที่สำคัญ จุดที่กำลังเร่งเสริมความแข็งแรงอยู่นี้ ตั้งอยู่ใกล้กับจุดที่พนังกั้นน้ำเคยแตกเมื่อครั้งมหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งทำให้น้ำทะลักเข้าสู่กรุงเทพมหานคร จึงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังและเสริมความมั่นคงเป็นพิเศษ