พาดหัวข่าว

ปทุมธานี – แท็กซี่เซ็งหนุ่มตุ้งติ้งอ้างแม่ล้มหัวฟาดตุ๋นให้จอดรอก่อนชิ่งหนีแฉประวัติโกงโชกโชน

ปทุมธานีแท็กซี่เซ็งหนุ่มตุ้งติ้งอ้างแม่ล้มหัวฟาดตุ๋นให้จอดรอก่อนชิ่งหนีแฉประวัติโกงโชกโชน

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โซเชียลมีเดียได้มีการแชร์เรื่องราวเตือนภัยจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Anurak Nakgamthong” ซึ่งโพสต์ข้อความตัดพ้อถึงพฤติกรรมของผู้โดยสารรายหนึ่งที่หลอกให้ขับรถไปส่งและจอดรอ แต่กลับหลบหนีไปโดยไม่จ่ายค่าโดยสาร พร้อมระบุว่าในสภาวะที่ประชาชนเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำท่วม ไม่ควรมาซ้ำเติมกันด้วยการหลอกลวงหรือฉ้อโกง หากไม่มีเงินจ่ายจริงก็สามารถพูดคุยขอกันได้ เนื่องจากตนมักจะทำบุญด้วยการให้ผู้โดยสารนั่งฟรีอยู่บ่อยครั้ง

จากการลงพื้นที่สอบถาม นายอนุรักษ์ นาคแกมทอง อายุ 49 ปี อาชีพคนขับรถแท็กซี่ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 30 กันยายน 2569 ขณะที่ตนขับรถตระเวนหาผู้โดยสารบนถนนพหลโยธินมุ่งหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้รับผู้โดยสารชายลักษณะตุ้งติ้งคล้ายกลุ่ม LGBTQ+ อายุไม่เกิน 30 ปี สวมเสื้อสีแดงและห้อยป้ายพนักงานบริษัท โดยรับมาจากบริเวณหน้ากอล์ฟแมนชั่น อำเภอคลองหลวง เพื่อไปส่งที่โรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร
นายอนุรักษ์ เล่าต่อว่า ระหว่างทางผู้โดยสารได้คุยโทรศัพท์และอ้างกับตนว่า มารดาหกล้มศีรษะฟาดพื้นป่วยหนัก จะต้องแวะเข้าไปลางานกับฝ่ายบุคคลที่โรงงานก่อน จากนั้นจะว่าจ้างให้ตนขับรถไปส่งที่โรงพยาบาลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่อ ด้วยความสงสารและเห็นใจ ตนจึงหลงเชื่อ เมื่อถึงหน้าโรงงานผู้โดยสารได้เปิดประตูลงจากรถและบอกให้รอสักครู่ โดยที่ตนไว้ใจจึงไม่ได้เก็บค่าโดยสารล่วงหน้า แต่หลังจากจอดรอผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง กลับไม่มีวี่แววของผู้โดยสาร ตนจึงเดินไปสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าโรงงาน จนทราบว่าบุคคลดังกล่าวได้เดินทะลุออกไปทางด้านหลังโรงงาน โดยไม่ได้สแกนลายนิ้วมือเข้าทำงานแต่อย่างใด

หลังจากรู้ตัวว่าถูกหลอก ตนจึงนำเรื่องราวไปโพสต์เตือนภัยในกลุ่มข่าวรังสิต ซึ่งต่อมามีผู้เข้ามาให้เบาะแสจำนวนมาก ทำให้ทราบว่าผู้ก่อเหตุรายนี้มีประวัติฉ้อโกงมาแล้วหลายสิบราย ทั้งพฤติกรรมหลอกยืมเงินและหลอกขายของออนไลน์แต่ไม่ยอมส่งสินค้า โดยมีผู้เสียหายหลายรายได้เข้าแจ้งความไว้แล้วเช่นกัน
นายอนุรักษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ค่าโดยสารจำนวน 300 บาท อาจดูไม่มาก แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำถือเป็นเงินที่สามารถนำไปซื้ออาหารประทังชีวิตได้ ปกติตนเป็นคนขี้สงสารและมักจะช่วยเหลือผู้ที่ลำบากอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้ยอมรับว่าพลาดที่ไว้ใจคนผิด จึงอยากฝากเตือนผู้ก่อเหตุให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีเพื่อไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นอีก
เบื้องต้น ผู้เสียหายได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ปรัชณันท์ ก่อคุณ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป