กองทัพเรือระดมเรือผลักดันน้ำ 4 จุด คลองสำโรงลด 50 ซม. เร่งเดินเครื่องเต็มกำลังภายในค่ำนี้
กองทัพเรือระดมเรือผลักดันน้ำ 4 จุด คลองสำโรงลด 50 ซม. เร่งเดินเครื่องเต็มกำลังภายในค่ำนี้
สถานการณ์น้ำท่วมสมุทรปราการเริ่มคลี่คลายบางพื้นที่ หลังระดับน้ำคลองสำโรงลดลงแล้วประมาณ 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่เร่งเปิดประตูระบายน้ำและเดินเครื่องสูบน้ำต่อเนื่อง ขณะที่กองทัพเรือส่งเรือผลักดันน้ำเข้าช่วย 4 จุดสำคัญ หวังเร่งการไหลของน้ำออกจากพื้นที่ คาดติดตั้งและเดินเครื่องได้เต็มกำลังภายในช่วงค่ำวันนี้
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำตามคลองสายหลักในจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า คลองสำโรงมีระดับน้ำลดลงประมาณ 50 เซนติเมตร ขณะที่คลองสาขาหลายแห่งยังมีน้ำเต็มความจุ โดยเจ้าหน้าที่ประสานชลประทานเปิดประตูระบายน้ำบางพลี 30 เซนติเมตร เพื่อเร่งระบายน้ำ โดยคาดว่าระดับน้ำในคลองลาดข้าว คลองสลุด และคลองสวน จะทยอยลดลงตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม บริเวณคลองลาดกระบังด้านถนนบางนา-ตราด ในพื้นที่สมุทรปราการ ยังคงพบระดับน้ำสูงเสมอตลิ่ง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า ล่าสุด กองทัพเรือได้นำเรือผลักดันน้ำเข้าพื้นที่จำนวน 4 ลำ พร้อมติดตั้งเครื่องแล้ว เตรียมเริ่มปฏิบัติการในช่วงบ่าย และคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังทั้งหมดภายในช่วงค่ำวันนี้

สำหรับจุดที่กองทัพเรือสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ ประกอบด้วย คลองลาดกระบัง ถนนบางนา-ตราด กม.12, คลองใกล้บริษัทบางกอกแอร์เวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ, ถนนเทพารักษ์ใกล้โรงพยาบาลบางบ่อ และบริเวณสะพานข้ามคลองใกล้อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเร่งผลักดันมวลน้ำที่สะสมอยู่ในคลองให้ไหลออกจากพื้นที่เร็วขึ้น
สำหรับเรือผลักดันน้ำดังกล่าวเป็นระบบ Water Jet ที่ออกแบบและพัฒนาโดยวิศวกรกองทัพเรือ ใช้กำลังเครื่องยนต์สร้างแรงผลักให้น้ำในคลองเคลื่อนตัวเร็วขึ้น ไม่ได้ทำหน้าที่สูบน้ำจากถนนหรือบ้านเรือนโดยตรง แต่ต้องติดตั้งในคลองหรือทางน้ำที่มีมวลน้ำอยู่แล้ว เพื่อเร่งอัตราการไหลและช่วยระบายออกจากพื้นที่ โดยสามารถผลักดันน้ำได้สูงสุดประมาณ 4,362 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขณะที่การระบายน้ำในพื้นที่ยังดำเนินการควบคู่กันทั้งระบบ โดยมีการเดินเครื่องสูบน้ำหลายจุด ประกอบด้วย สน.นางหงษ์ เครื่องสูบน้ำขนาด 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 4 เครื่อง, สน.ชลหารพิจิตร 1 ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 19 เครื่อง, สน.ชลหารพิจิตร 2 ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 19 เครื่อง และ สน.ชลหารพิจิตร 3 ขนาด 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 3 เครื่อง

ส่วน สน.คลองด่าน 2 เดินเครื่องขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 5 เครื่อง, สน.เจริญราษฎร์ ขนาด 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 4 เครื่อง, สน.สุวรรณภูมิ ขนาด 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 3 เครื่อง, สน.ตำหรุ ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 6 เครื่อง, สน.บางปลาร้า ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 6 เครื่อง, สน.บางปลา ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 7 เครื่อง และ สน.ปากตะคลอง ขนาด 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง รวมกำลังสูบน้ำตามจุดที่รายงาน 78 เครื่อง กำลังรวม 416 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การใช้เรือผลักดันน้ำจำเป็นต้องติดตั้งในจุดที่มีทางน้ำรองรับและสามารถระบายต่อไปยังปลายทางได้ หากเป็นน้ำท่วมขังบนถนนหรือพื้นที่ปิด จะต้องใช้เครื่องสูบน้ำและระบบระบายน้ำเข้าช่วย ขณะที่การปฏิบัติงานของเรือยังต้องระวังขยะ ผักตบชวา และสิ่งกีดขวางในคลอง ซึ่งอาจเข้าไปติดระบบผลักดันน้ำและลดประสิทธิภาพการทำงาน
ทั้งนี้ กองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งติดตั้งและเดินเครื่องเรือผลักดันน้ำทั้ง 4 จุด ควบคู่กับการสูบน้ำและเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายมวลน้ำที่ยังคงค้างอยู่ในคลองสายหลักและคลองสาขาของจังหวัดสมุทรปราการ โดยเฉพาะพื้นที่บางพลี บางบ่อ และแนวถนนบางนา-ตราด ซึ่งยังมีระดับน้ำสูงและต้องเร่งระบายออกจากพื้นที่ต่อเนื่อง

**********************
ศราวุธ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

