กีฬาพาดหัวข่าว

เปิดเส้นทางไร้พ่าย”สิงห์สะพานปลา“ สู่บัลลังก์แชมป์ขาสั้น ”ส.บ.ม.ท.“U17

เปิดเส้นทางไร้พ่าย”สิงห์สะพานปลา“
สู่บัลลังก์แชมป์ขาสั้น ”ส.บ.ม.ท.“U17

นักเตะวัดสุทธิฯ “สิงห์สะพานปลา” คว้าแชมป์ลูกหนัง “ส.บ.ม.ท. คัพ” ครั้งที่ 2 U 17 ปี ด้วยสถิติไร้พ่าย พร้อมรับเงินรางวัลถึง 1 แสนบาท โดย 2 นักเตะตัวกลั่นคว้ารางวัล MVP กลับสถาบันด้วย ที่จ.กาญจนบุรี

ปิดฉากลงไปอย่างสมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี หรือ รายการ “ส.บ.ม.ท. คัพ“ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จัดการแข่งขัน โดยสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ณ สังเวียนโรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นว่า เป็นหนึ่งในเวทีสร้างโอกาส และเจียระไนเพชรเม็ดงามให้แก่วงการฟุตบอลขาสั้นของไทย โดยได้รับความสนใจจากแฟนบอลและแมวมองทั่วประเทศอย่างคับคั่ง

ปรากฏว่า การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศเป็นการโคจรมาพบกันของสองมหาอำนาจลูกหนังขาสั้น ระหว่าง “สิงห์สะพานปลา” โรงเรียนวัดสุทธิวราราม และ โรงเรียนกันทรารมณ์ ยอดทีมจากภาคอีสาน ตลอดการแข่งขันในเวลาปกติ ทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเข้าใส่กันอย่างสะใจแฟนบอล ทั้งแท็กติกและการขับเคี่ยวทางชั้นเชิงลูกหนัง เสียงเชียร์กระหึ่มทั่วสนามเมื่อผลการแข่งขันในเวลาปกติเสมอกันไปอย่างดุเดือด 3-3

ความตึงเครียดเดินทางมาถึงขีดสุด ในการตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ ซึ่งต้องอาศัย ทั้งความนิ่งของสภาพจิตใจ และสมาธิขั้นสูง ก่อนจะเป็นทางด้าน โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ที่ทำได้นิ่งและแม่นยำกว่า ดวลจุดโทษเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์รวม 6-5 ส่งผลให้ “สิงห์สะพานปลา” ผงาดคว้าถ้วยแชมป์ประเทศไทย รายการ ส.บ.ม.ท. คัพ ครั้งที่ 2 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่และสมศักดิ์ศรี พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท

นอกจากการคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศแล้ว ทัพนักเตะ “วัดสุทธิวราราม” ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นจนเหมา 2 รางวัลบุคคลสำคัญประจำการแข่งขันไปครอง ได้แก่ 1.ผู้เล่นยอดเยี่ยม (MVP) นายจิตาวัฒน์ ใสสอด ผู้ทำหน้าที่คุมจังหวะเกมและสร้างสรรค์โอกาสให้ทีมได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ และ 2. ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม คือ นายคูเปอร์ คูทอลยอฟ นายทวารผู้โชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะการเซฟสำคัญในจังหวะกดดัน

เจาะเส้นทางสู่แชมป์ / ฟอร์มดุระดับไร้พ่าย หากพิจารณาจากสถิติและเส้นทางสู่แชมป์ของโรงเรียนวัดสุทธิวราราม จะเห็นได้ถึงความพร้อมทั้งด้านสภาพร่างกาย เทคนิค และระเบียบวินัยในเกมอย่างเด่นชัด:
รอบแรก (แบ่งกลุ่ม)
นัดแรก ชนะ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่ 6-0
นัดสอง ชนะ โรงเรียนสตรีวิทยา 2 5-3
นัดสาม ชนะ โรงเรียนขัติยะวงษา 7-0

รอบ 8 ทีมสุดท้าย ชนะ โรงเรียนวิสุทธรังษี (เจ้าถิ่น) 5-1

รอบรองชนะเลิศ ชนะ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย เพชรบูรณ์ 5-1

รอบชิงชนะเลิศ ชนะจุดโทษ โรงเรียนกันทรารมณ์ 6-5 (เสมอในเวลา 3-3)

จากการลงสนามตลอดทัวร์นาเมนต์ วัดสุทธิวรารามแสดงให้เห็นถึงเกมบุกที่เฉียบขาด ยิงประตูคู่แข่งรวมในเวลาปกติไปถึง 31 ประตู และเสียไปเพียง 8 ประตู เท่านั้น

ขณะที่เบื้องหลังความสำเร็จ / การบริหารจัดการและทีมงานผู้ฝึกสอน ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทัพ “สิงห์สะพานปลา” ในครั้งนี้ คือระบบการบริหารจัดการกีฬาโรงเรียนอย่างเป็นมืออาชีพ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากฝ่ายบริหารและทีมงานผู้ฝึกสอน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน / ผู้ควบคุมทีม: นายเรวัตต์ นกสว่าง / ผู้จัดการทีม: นายโสฬส อุดมสมปอง / หัวหน้าศูนย์กีฬา: นายภิมุข ชับชนะ
คณะผู้ฝึกสอน: นายพฤทธิคุณ สุนทรนนท์, นายมรรคพล วงศ์กมลาไสย, นายกรกช วิริยะอุดมศิริ, นายพรพหล มะลิ, นายภาคิณ พรมมาบุญ และ นายภาคภูมิ บุญสูตร

ทั้งนี้ชัยชนะของร.ร.วัดสุทธิวรารามและการจัดรายการ “ส.บ.ม.ท. คัพ” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของผลการแข่งขันในกระดาษ แต่คือดัชนีชี้วัดความสำคัญของการแข่งขันระดับมัธยมศึกษา การที่สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ยื่นมือเข้ามาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับประเทศ เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า “สถาบันการศึกษา” คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการผลิตบุคลากรทางกีฬา

สำหรับการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ต้องใช้อัตราการเร่ง การตัดสินใจที่รวดเร็ว และทักษะเฉพาะตัวสูงกว่าฟุตบอล 11 คน การส่งเสริมทัวร์นาเมนต์ลักษณะนี้ในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (U17) จึงเป็นการเตรียมความพร้อมช่วงรอยต่อที่สำคัญที่สุด ก่อนที่นักเรียนเหล่านี้จะก้าวเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา สโมสรอาชีพ หรือทีมชาติไทยในอนาคต

หลังเกม นายโสฬส ผจก.ทีมสิงห์สะพานปลา เปิดเผยว่า นักเตะชุดนี้ของเราผ่านประสบการณ์ความพ่ายแพ้และความลำบากมาจนนับไม่ถ้วน แต่ทุกคนยังมีความฝันและมีไฟที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า เราทำได้และทำสำเร็จให้ผู้บริหารโรงเรียนและทุกคนได้เห็น ซึ่งเราเตรียมทีมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นปี แม้ว่าในช่วงปิดเทอมเราก็ไม่ปล่อยเด็กกลับบ้าน เพื่อต้องการให้ทุกคนมีสมาธิและโฟกัสกับการแข่งขันครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จไล่ตั้งแต่ ผู้บริหารโรงเรียนทุกท่าน และคณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ที่คอยให้งบประมาณการสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ทีมเรามาถึงจุดนี้ได้ นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณนักเตะทุกๆคน รวมไปถึงทีมงานสตาฟโค้ชที่ได้ทุ่มเทเสียสละทั้งแรงกายและใจ รวมไปถึงชมรมศิษย์เก่านักฟุตบอลสุทธิฯ ที่ให้การสนับสนุนมาอย่างยาวนานเป็น 10 ปี จากนี้ไปเรายังมีภารกิจรายการฟุตบอลอื่นๆอีกมากมาย ที่ต้องพยายามสร้างผลงานให้ดีกลับสู่สถาบัน